7 พฤศจิกายน 2551

3 ร่ำเปิงชีวิต อัลบั้มเยื่อใยเห็นเมื่อยามไข้ (B)



ร่ำเปิงชีวิตแห่งเยื่อใยแต่ได้เห็นช่วงยามป่วยประสาทจำเลือนงานก็ได้อัลบั้มร่ำเปิงหน้าใหม่หลังพักฟื้นที่บ้าน อันล้ำค่ามีครอบครัว อ.ปวีณา ชุ่มเบี้ยแห่งโรงเรียนแม่เมาะวิทยา พร้อมพ่อมาส่ง ลูกแน๊ก นักเรียนลำปางกัลยาณี อาหารใจคือเสวนาตามอัธยาศรัยไมตรี คนป่วยยังต้องพักฟื้นหมอพยาบาล อาจารย์พยอม ถิ่นอ่วน และพยาบาลแจ๋วแหววบอกกินน้ำนักๆ

จากซ้าย ผศ.อรรณพ วงศ์วิชัย ผศ.ประสงค์ แสงแก้ว และ ผศ.ธนากร สังเขปหลัง บอกทราบข่าวทีหลังก็ต่างนัดพากันมาต่างทิศต่างทาง เพราะผศ.อรรณพ และ ผศ.ประสงค์ ต่างก็เกษียณอายุจากมหาวิทยาลัยราชภัฏ เหลือ ผศ.ธนากร ยังหนุ่มกว่าเพื่อน ผู้เขียนบอกได้แต่ว่า ทั้งสามอาจารย์มีส่วนเป็นพลังกำลังใจแก่ผู้เขียนทำงานด้านขีดๆเขียนๆทางวิชาการ ก็ไม่วายแสดงผลงานใหม่หน้าจอคอมพ์ ตอนนี้ไม่รู้ว่าผู้เยี่ยมไข้ ใครกันแน่




อาจารย์ประดิษฐ์ สรรพช่าง ผอ.สำนักศิลปะและวัฒนธรรม และคณะที่เห็นอยู่ในภาพ ทำให้นึกถึงคนเก่าๆที่อยู่ในสถาบันนี้ผลัดผ่านๆไปนับแต่รุ่น ผศ.จำลอง คำบุญชู ผศ.ณรงค์ สมิทธิธรรม ที่อยู่ไกลคือ รศ.ธีรศักดิ์ วงศ์คำแน่น ที่มาเบี่ยมโดยมีทันอยู่ในรูป ก็มีอาจารย์ศรชัย เต็งรัตน์ล้อม กับอาจารย์แม่บ้าน ล้วนคือสายใยร่ำเปิงแห่งชีวิต ได้หนา



นึกไม่ออกว่าลูกคนเล็กจะมาจากกรุงเทพฯ

ภาพนี้คืออนุสติเตื่อนใจคนป่วยทุกรายมักเบลอ มีลูก 6 คน คนที่4 คือลูกตุ่ยเศรษฐศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้ถ่ายรูปทุกๆรูปนี้แหละ คนเล็กสุด ลูกต๋อม ปริญญาโทวิศวกรรมลาดกระบัง ตำแหน่งรองหัวหน้างานบริษัทเวเทิร์นดิจิตอล อยุธยา ความสำคัญคือภาพที่ผู้เขียนจำไม่ได้ว่า ลูกคนเล็กนี้ได้มาเยี่ยม ส่วนลูกคนโตเข้าๆออกๆก็คือลูกแมว หรือเอื้องบาน แห่ง ร.ร.แม่ทะวิทยา ผอ.โรงเรียนก็นำคณะมาเยี่ยม ภาพมุมนี้ Classic ในมุมแม่อีต๋อกับอิเตี่ย คิดไม่ถึงว่าอีต๋อมได้มา หลังข่าวล้มป่วยวันที่ 2 ตค. อีต๋อมมาทันอยู่ลำปางวันที่ 3-4 ต.ค. หลานนก นกเป็นลูกของแมว ลูกสาวหรืออาจารย์เอื้องบาน ร.ร.แม่ทะวิทยาเอกภาษาอังกฤษ กับพ่ออ่วม อดีตรอง ผอ.วิทยาลัยอาชีวศึกษาเพิ่งเกษคียรหลานนกเก่งมากโตกับยายเลี้ยงที่บ้าน363เสียงโยนก ตายายภูมิใจหลานนกเก่งจบปริญญาลาดกะบังทำงานบริษัทที่มั่นคงในกรุงเทพฯ ทางบริษัทนี้ให้ความสำคัญวางใจ

ส่งหลานนกไปดูงานเมืองนอกถึงสองครั้งมาเยี่ยมตา ตาดีใจมาก

เตี่ย-แมว-แม่-นก-อ่วม (ตุ่ยถ่าย)



อ.พยอม และ แม่เด็กๆ ครอบครัววิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีนครลำปาง

5 พฤศจิกายน 2551

2 ร่ำเปิงชีวิต เยื่อใยให้เห็นเมื่อยามไข้ (อัลบั้ม B)

อาจารย์สุรพงษ์ ภักดี คณบดี คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์
มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง (ชิดผู้ป่วย ) ดร.ชัยวัชร หน่อรัตน์
(ซ้ายสุด)กับคณะเยี่ยมไข้จากหลายๆแห่ง อาทิ อ.ฐิตารีย์ ตันสุรัตน์ครู คศ.3 จาก โรงเรียนเทศบาล 3 (บุญทวงค์อนุกูล) ที่3จากขวา อ.สุวรัฐ แลสันกลาง รองคณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์(หลังสุด) 5 ต.ค.2551

















กิจกรรมไม่ขาดจังหวะการทำงาน วันรุ่งขึ้นจากออกโรงพยาบาลรอบแรก ดร.ชัยวัชร์ หน่อรัตน์ ทำหน้าที่นำแขกคณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง นำ Mr.Hak Hakanson อดีตวิศวกรกองทัพอากาศอเมริกันติดตามร่องรอยเครื่องบินอเมริกันตกคราวยุทธเวหา เหนือฟ้าลำปาง 11 พย.2487โดยมี อาจารย์นงนุช ป่าเขียว แห่งสำนักวัฒนธรรมจังหวัดลำปาง ร่วมสดับรับฟัง เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2551





















กิจกรรมประจำวันด้านการเอาใจใส่รักษาพยาบาล วันนี้แม่ติ๋มของน้องแอนน์ น้องแอนน์คือดาราRolePlayชุดธิดาสไบร่ำเปิงลำปางโอเปร่า บนเวที CIOFF 2008ธุรการมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง (ก่อนหน้านี้อ.สุพจน์ เรืองสิริกุล คุณพ่อน้องแอนน์ก็มาเยี่ยม)แม่ติ๋มเป็นนักสอนลีลาศรุ่นเท้าไฟตำแหน่งแช้มป์ เวียนเยี่ยมผู้ป่วยหลายครั้ง ก่อนเดินทางไปร่วมรายการ วันที่ 1 พ.ย.2551 ณ สนามความจริงวันนี้ ที่ กทม. เตียงผู้ป่วยรายนี้ มีแขกเยี่ยมทั้งฝ่ายเหลือง และฝ่ายแดง




คณะกรรมการสภาวัฒนธรรมจังหวัดลำปางชุดครั้งแรก ณ โรงพยาบาล




วัน ดร.อุดมศักดิ์ ศักดิ์มั่นวงศ์ ประธานสภาวัฒนธรรมโลก (CIOFF)ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดลำปางวันนำคณะสภาวัฒนธรรมหลงเหลือบางส่วนเยี่ยมป่วยรอบสอง ณ บ้านพัก



5 ตุลาคม 2551 วันหลังพิธีวางพวงมาลาพ่อเจ้าบุญวาทย์วงษ์มานิตคุณดิเรก ก้อนกลีบ ผวจ.และนายกเหล่ากาชาดจังหวัดลำปาง ทราบข่าวจากหลวงพ่อวัดบุญวาทย์วิหารบอกกล่าวแก่แขกในงานว่าอาจารย์ ศักดิ์ สักเสริญ รัตนชัยป่วย ท่านก็กรุณามาเยี่ยม โอกาสสุดท้ายก่อนไปรับราชการตำแหน่ง ผวจ.ลำพูน เยื่อใยนี้ คณะการ์ตูนเจ็มบวมส์ เสียงโยนก Calssic ที่แฟนชื่นชอบ ขอฝากรูปนี้ไว้เป็นที่ระลึก






ในปี 2551 นักศึกษาวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีนครลำปางโครงการช่วยเหลือจังหวัดชายแดนภาคใต้ กลุ่มคอรัส ได้ขึ้นปีสองมีสิทธิแต่งชุดพยาล ได้ฝึกงาน ณ โรงพยาบาลศูนย์ลำปาง มีโอกาสฝึกปฏิบัติรักษาพยาบาลอาจารย์ศักดิ์ สักเสริญ รัตนชัย ณ ห้องป่วยแห่งนี้ด้วย (ดู SAKYONOK ผ่าน Googleได้ )










คณะศิษย์นาฏศิลป์ฃ่วงเจิง ครูผู้ปกครอง โดยมีแม่น้องแนน แม่น้องโบว์ อาจารย์แมว แม่น้องตังเม เยี่ยมไข้ครู ก่อนไปแสดงใน งานต้อนรับแขกนานาชาติของสมาคมท่องเที่ยวนครลำปาง






วันเยี่ยมป่วยของ คุณปฎิพัมน์ พุ่มพงษ์แพทย์ ผอ.สำนักศิลปากร ๗ น่าน กับโอกาส เสวนาเขตพื้นที่ทางโบราณคดี เงื่อนมรดกโลกกลุ่มเมืองพละนครแพร่ เขลางค์ลำปาง หริภุญไชยจามเทวี สู่การนำเสนอพื้นที่ตำนานประวัติศาสตร์ท่องเที่ยวกลุ่มเมืองจามเทวีศิลปากรควรเอาใจใส่เยี่ยมป่วยโครงการรักษาลำปางแพร่-น่าน -พะเยาในสังกัดศิลปากร ๗นอนป่วยมาพันสามร้อยกว่าปี พูดไปพูดมาไม่รู้ว่าใครเยี่ยมป่วยใตรในวันนี้ แถม ผอ.ศิลปากร ๘ บกวันนี้จะเอารถตู้ศิลปากรปากร ๗ คันใหม่มารับไปประชุมเวนาต่อเรื่องพื้นที่ขุดแต่งโบราณคดีงบปี 2551+52 ณ ห้องประชุมร้าน"ปลาเผา"









อาจารย์พยอม ถิ่นอ่วน (ขวา) สู่ด อาจารย์โอ๊ก(ซ้าย) ดร.ถาวร ล่อกา แห่งวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีนครลำปาง และหนูๆลูก อ.พยอม บอกออกโรงพยาบาลระหว่างรักษาตัวที่บ้าน"หื้อหมั่นกินน้ำนักๆเน้อ"








ประพัฒน์ศร รุ่งเรือง พาลูกดิวล์จากแม่ฟ้าหลวง เยี่ยมบ้าย แวะมาเยี่ยมป่วยคุณตาๆพาไปเล่นการ์ตูนหน้าจอ
*แม่ลูกดิวล์ป่วยด้วยโรงมะเร็งตายให้ลูกเพียงคนเดียวเป็นกำพร้า ตาร่วมเสียใจกับคุณพ่อสู้อุตส่าห์ส่งลูกดิวล์อดีตนักเรียนอรุโณทัย-ลำปางกัลยาณี ไปเรียนถึงมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเชียงรายจะขึ้นปี ๓ แล้วเรียนคณะเกี่ยวกับวารสาร อีกหน่อยแสดงผลงานแข่งคุณพ่อเล๊ยยย......ให้น้องดิวล์ เก่งเอามากๆ
( จาก คุณตา)


5 พ.ย.2551 มาไกล อ.รำเพียร ต๊ะมะโนโรงเรียนอนุบาลห้างฉัตร และอาจารย์สุพร ตาใจ โรงเรียนบ้านป่าไคร้ ศิษย์เก่าจุมสะหรีคู่นี้ไปไหนมาไหนไม่ทิ้งกัน
แม่ครูศิษย์ข่วงเจิง จุมสะหรีคูนี้ ยังมีอนุศิษย์ตัวน้อยๆผ่านสังเวียนน่ารักฝากชื่อเสียงนักเรียนห้วยป่าไคร้ครูอนุบาลห้างฉัตร ส่งเสริมเด็กบ้านนอกสู่สังเวียนมะผาบเจิงแสดงงานใหญ่ๆในตัวเมือง รวมทั้งการการร่วมพิธีถวายมือบูชาเจิงร่วมคณะศิลปะการต่อสู้ด้วยอาวุธไทยจุฬาลงกรณ์ฯที่ศาลเสื้อยักษ์สามพันตน วัดศรีล้อม เด็กน้อยรุ่นนี้ ขณะนี้พ้นแม่ครูไปอยู่สายมัธยมแล้ว อย่าลืมชื่อเสียงเก่าครูเก่า"ขอให้ศิษย์เก่า ครูรำเพียร ครูสุพรเอาดีทุกคนแต้เน้อ"






โรงพยาลศูนย์ลำปาง จัดบริการติดตามอาการคนไข้คนไข้รายนี้ไม่ชอบอยู่เฉยๆ ทางพยาบาลก็กรุณาวัดความดันเฉลี่ย 120 ปกติ พร้อมให้คำแนะนำต่างๆ ขณะรักษาเนื้อรักษาตัวอยู่ที่บ้าน















ร่ำเปิงชีวิต ศักดิ์ ส รัตนชัย สุขภาพดีแข็งแรงไม่มีโรคประจำตัว เหตุการณ์ 2 ตุลา 2551 ก็เจริญมรณะสติคิดถึงหมอช่วยชีวิตไว้ ผู้เขียนไม่มีโรคประจำตัว เหล้ายากีฬาบัตรก็ไม่เป็นแต่อุบัติเหตุทางสุขภาพ โรคแทรก ก็พึ่งหมอพยาบาล ร่ำเปิงชีวิตยั่งยืนยาว ในวิถีวิธีที่ถูกต้อง คือไม่ประมาทต่อการต้องตรวจสุขภาพ ทุกจังหวะชีวิต คืออุทิศเวลาให้หมอตรวจ....."ต้องคิดถึงหมอ "




***ร่ำเปิงชีวิต เยื่อใยเห็นเมื่อยามไข้ : ๑๑ โมงเช้าวันนี้ ดร.ยุวดี ไวทยโชติ คณบดีคณะสังคมศาสตร์ และมนุษย์ ศาสตร์ พร้อมคณาจารย์ ภาคภาษาไทย ญี่ปุ่น อังกฤษ ภาควิชาท่องเที่ยว เลขานุการ ธุรการ และพนักงานเก่าแก่ พากันมาเยี่ยมกัน



*** ในคณะมีผู้มีไฝ มีปาน มีลักยิ้ม ต้องโหงวเฮ้ง เพลง "ไฝดำวีคำ" ส่งเสริมการท่องเที่ยวเสี่ยง
เนื้อคู่กาดกองต้า วันนี้คนป่วยเล่าเนื้อหาเพลง "หมอดูทายโหงวเฮ้ง ปีนี้จะพบเนื้อคู่งามเก๋
ด้วยมีรอยลักยิ้ม มีไฝ มีปาน แก้มน่าบี้ ถือพัดลายทองรูปไก่เยียบหมอกน้ำค้าง แรกพบเธอก็จะชายตาเสน่หาด้วยบุญแต่ปางก่อน หมอทายต้นปีนี่ก็จะสิ้นปีแล้..อ่อนใจ..

***วันใกล้สิ้นปีไปเสี่ยงเซียมซีที่ศาลปุ้งเฒ่ากง ไม้เซียมซีกระเด็นไปตกใกล้คู่เสี่ยงเซียมซี พลันก็
พบคู่เสี่ยงเซียมซี ถือพัดลายทองลักษณะเข้าโหงวเฮ้ง เธอ"เม้ยต๋าฮ่อเฮา=เธอชายหางตา
ทอดสะพานให้" เลยพากันลงตลิ่งไปจ่ายตลาดค่ำกาดกองต้า "ซาวบาทเจ้า" แม่ค้าบอกราคา
ของ เราสองคนต่างแย่งกันควักใบแดง บอก "เอาไปเล๊ย ไม่ต้องทอน" จ่ายๆๆ จนสี่ทุ่ม
เทศบาลนคร เมืองนี้กำหนดให้ปิด พรุ่งนี้ขอมาพบกันใหม่ให้ลึกซึ้งกว่านี้ แต่เวรกรรมลืมถามเบอร์มือถือ ของนุชนากไฟดำวีคำคนสวย คอยหง่าวแต่หัวค่ำจนสี่ทุ่ม ...."ตกใจตื่น" .



---00000---


เจ้ไร คุณพันธืดี วีรชาญปรีชาวิทย์ แห่งจิตวัฒนาการพิมพ์ และหนังสือพิมพ์แมงมุมมาเบี่ยมคนป่วยก ประวัติป่วยไข้ก็คือเริ่มแรกจะไปหาหมอโรงพยาบาลตรวจรักษาโรคทางเดินปัสสาวะแต่เกิดโรคแทรก ปัจจุบันคือคมดันต่ำเหลือสองขีดอันตราหมอเลยรักษาพยาบาลฉุกเฉินช่วยชีวิตได้ทัน จากนั้นก็เหลืออาการผ่าต่อมลูกหมาก เสร็จแล้วผลเอกสเรย์พบโครงกระดูสันหลังและลำคอเริ่มทรุดจึงได้ให้ยาป้องกันโรคเส้นทับ เลยต้องรักษาพักฟื้นที่บ้านมีนัดเวณไปตรวจโรงพยาบาล ช่วงรักษาตัวนี้ห้ามขี่มอเตอร์ไซค์ เดินเหิรหนัก "ขอคุณมากครับ"

ดร.ยุวดี ไวทยโชติ คณบดีคณะสังคมศาสตร์และมนุษย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยโยนก ในวันนำแขกจากสหรัฐอเมริกามาเยี่ยมไข้ อ.ศักดิ์ ส.รัตนชัคือ ดร.สมบูรณ์ ศาลยาชีวิต ระหว่างงานวิจัยเรื่องอนาคตช้างในประเทศไทย สหรัฐอเมริกา -มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เดินทาง สู่ประเทศไทยระหว่างต้นธันวาคม ๒๕๕๑ คณะนักเรียนดนตรีขับร้องเพื่อกิจกรรมเสริมสร้างความสามารถเด็กของอาจารย์ฐิตารีย์ ตัณสุรัตน์ โรงเรียนบุญทวงศ์อนุสรณ์ เทศบาลนคร ๔ เยี่ยมป่วยอาจารย์ศักดิ์ ส.รัตนชัย หลังออกโรงพยาบาล

หมอไม่ห้ามกิจกรรมภายในบ้าน เลยได้ฝึกเพลงขับร้องแนวพระราชนิพนธ์ พรปีใหม่-สายฝน ฝึกดูสคอร์ เพลงบรรเลงหน้าจอ เข้าเสียง Violin เพลงต่อไปที่จะต้องฝึกต่อที่ ร.ร.คือชุดต่อต้านอบายมุข คอรัส นักเรียนโรงเรียนบุญทวงศ์อนุสรณ์ เทศบาลนคร ๔ นำโดย อ.ฐิตารีย์ ตัณสุรัตน์ ถ่ายรูปหมู่กับ อาจารย์ ศักดิ์ ส.รัตนชัย ณ มุมบ้านฮิมกองเพื่อนบ้านเสียงโยนก ถนนทิพย์ช้าง


---00000---

2/1 ร่ำเปิงชีวิต หมอรักษา กัข แขกเยี่ยมไข้ (อัลบั้ม B)


2/1 ร่ำเปิงชีวิต หมอรักษา กับแขกเยี่ยมไข้

(อัลบั้ม B)


มุมภาพจากเตียงนอนหมายเลข 17 มีป้ายหมอประจำ คือ
นพ.สุพจน์ กิตติกรวรกุล ตอนตี 05.00 น.
ก่อนไฟใหญ่เพดานจะเปิดย่ำอรุณผลัดวรใหม่พนักงานพยาบาล
ของวันที่ 31ตุลาคม ก่อนอำลาจากหมอ




2-5 ต.ค-28-31 ตค.2551 ป่วยนอนโรงพยาบาลลำปาง 2 ครั้งๆละ 4 วันรวม 8 วัน สลับนอนป่วยที่บ้านโดยมีผู้มาเยี่ยมทั้งที่บ้านและโรงพยาบาลร่ำเปิงหาพอสมควร โดยเฉพาะตลอดระยะดังกล่าว หมอบุญจง ชูชัยแสงรัตน์ แห่งโรงพยาบาลเขลางค์ราม


และหมอสุพจน์ กิตติกรวรกุล รักษาทางเดินปัสสาวะโรงพยาบาลศูนย์ลำปางประสานไม่ขาดสาย หลังจากหมอเบญจมาส เขียวชอุ่ม รักษาโรคความดันอันตรายฉับพลันได้ทันกาล นอนโรงพยาบาลระหว่างวันที่ 2-5เสร็จแล้ว รอจังหวะรักษาต่อมลูกหมาก หมอสุพจน์ กิตติกรวรกุล เพิ่งกลับมาจากอเมริก การตรวจโรคของผู้เขียนนักไว้วันที่ 28 ต.ค.หมอวิจัยผลเอกซเลย์ขั้นต้น แนะว่าอาการทางเดินปัสสาวะของผู้เขียน มีช่องทางเดียว ที่จะหายขาด คือต้องผ่าต่อมลูกหมากโดยให้นอนโรงพยาบาลวันนั้นเสียเลยการรักษาโรคปัจจุบันและผลตรวจป้องกันโรคร้ายแรงในอนาคต ;
นพ.สุพจน์ กิตติกรวรกุล นับเป็นแพทย์เจริญอัธยาศรัยและเชี่ยวชาญการรักษาต่อมลูกหมาก ผ่าตัดนิ่วในไตที่สามารถ ท่านไม่มีเวลาพักเที่ยงตรวจคนไข้จนหมดคิวเป็นประจำ ผู้เขียนแต่ไหนแต่ไรกลัวเข็มหมอและพยาบาล ทุกครั้งจะถูกเข็มต้องหลับตาทุกครั้ง ยิ่งทราบว่าจะมีการคว้านต่อมลูกหมาก จะเป็นครั้งที่ต้องทนเจ็บที่สุดในชีวิต เหมือนผู้เคยป่วยผ่านการผ่าตัดในสมัยก่อนๆ แม่ทองสุขของลูกๆคอยอยู่หน้าห้องด้วยกระวนกระวายเพราะเฝ้าแต่ ตอนเข็นเตียงไปในห้องศัลยกรรมนานกว่าสองชั่วโมง แต่ที่ไหนได้ อยู่ให้ห้องผ่าตัด เพียงชั่วโมงเดียว แล้วออกมา ณ ห้องรอจังหวะ ตรวจสอบเฉยๆในห้องพิเศษอีก 1 ชั่วโมง สิ่งที่ผู้เขียนกลัวเจ็บที่สุดในชีวิต ก็คือคว้านต่อมลูกหมาก โดยไม่มีการวางยางสลบ แต่หมอสุพจน์ ทำได้ "ไม่เจ็บเลย" ออกจากห้องศัลยกรรมแล้วบอกกับผู้มาเยี่ยมว่า "ไม่เจ็บเลย " "ไม่เจ็บเล้ย"แบบตื่นเต้นมหัศจรรย์ แถมเมื่อตอนยาหายชา ก็ไม่เจ็บ มีสิ่งหนึ่งที่แทรกข้ามาคือ อาการเจ็บเส้นแต่ไหล่ซ้ายถึงปลายเท้า ทรมานทั้งคืน วิตกว่าอาจจะถึงขึ้นพิการขากะเผล็กไปข้างหนึ่งแน่ ก็ได้รับการตรวจส่องเอ๊กซเรย์ ที่ห้องกระดูกในเช้าวันที่ 30 ตค.ต้องขอชมเชยพนักงานเอ๊กซเรย์ที่ทำหน้าที่ทั้งหน้าที่เตียงรถเข็นถ่ายเอกซเลย์ตรวจสอบทั้งส่วนโครงกระโหลกศีรษะ ลำคอกระดูกสันหลังและเชิงกราน จำชื่อได้ว่า "สำราญ" ทำงานได้คล่องแคล่วแม่ยำ ศิลปะผ่าตัดยุคใหม่ของโรงพยาบาลศูนย์ลำปาง นอกจากอุปกรณ์ทันสมัยรวมอัธยาศรัยวางตารางเวลารักษาอย่างทันสมัย คือ โดยปกติก่อนหมอจะทำให้ผู้ป่วยปลงใจต้องอธิบายประกอบการสาธิตตัวอย่างที่ต้องใช้เวลา ก็จัดให้มีเจ้าหน้าพยาบาลฝ่ายสาธิตวิธีรักษาโดยอัลลบั้นแสกงความทันสมัยของเตียงผ่าตัด ผู้เข้าห้องผ่าตัดต้องให้คู่สมรสร่วมเซ็นชื่อยินยอมให้ผ่าตัด โรงพยาบาลแห่งนี้มีคนไข้จำนวนมาก หมอใช้เวลาตรวจรักษาได้ทันแบบสืบทอดหน้าที่เป็นทีม ที่ว่าศิลปะผ่าตัดยุคใหม่ของหมอจากประสบการณ์ขึ้นเตียงผ่าตัดของผู้เขียนคือ จะมีการอธิบายว่าการผ่าตัดส่วนบของร่างกายจะต้องใช้ยาสลบ แต่การผ่าตัดต่อมลูกหมากใช้ทั้งระบบอีเล็กโทรนิก ไฟฟ้าและยาฉีดชาเฉพาะส่วนล่าง ขณะปฏิบัติการณ์ พยาบาลลูกทีมจะคุยกันจ้ออย่างซักซ้อมกันมา เรารู้แน่ว่าส่วนล่างชาอยู่แล้วแต่ตอนคว้านนี่สิ "เสียวนัก " ศิลปะรักษาทางประสาทหูคือเสียงจ้อของเหล่าพยาบาลและพนักงานลูกคู่ เป็นไปตามจังหวะหมอจะจิ้มที่มควักและคว้านเอาเนื้อร้ายออกมาเป็นชิ้นๆ(คิดเองตอนนั้น)ขณะเดียวกันที่รัดแขนไฟฟ้าและเหมือนมีมะเหง็กสี่นิ้วกดเหนี่ยวใต้ท้องก็ประสานจังหวะ หลายครั้งใจก็ประหวั่นเสียวใจว่าหมอลงมือไหร่คงต้องทนเอาหน่อย ที่ไหนได้ ตอนที่ เสียงพยาบาลบอกว่าเสร็จแล้วค่ะ พร้อมกับคุณหมอสุพจน์ ชูให้ดูเนื้อร้ายที่ผ่าออกมาสดๆพร้อมที่เป็นก้อนขาวๆเหมือนไข่นกกะทาขนาดเล็ก "ออกมาได้อย่างไร?"หมอแคล้วคล่องว่องไวแถมประสานสัมพันธ์กับทีมงานผ่าตัดวันที่ 29 ตค.ต้องยกนิ้วให้ ไชโย "ไม่เจ็บเล้ย"

มรณสตินี้ แวบคิดถึงน้องชาย สุรินทร์ รัตนชัย น้องคนเดียวร่วมท้องมารดา น้องเสียชีวิตก่อนด้วยโรคต่อมลูกหมาก เขาครวญคลางเจ็บปวดตอนผ่าตัดต่อมลูกหมาก แต่สิ่งเลวร้ายแทรกอาการผ่าตัดต่อมลูกหมากคือมะเร็ง ผู้เขียนสงสารเห็นใจอำไพ น้องสะไภ้ กับลูกและหลานอันจะต้องเลี้ยง น้องอำไพ เยี่ยมไข้ตอนออกโรงพยาบาลหลังผ่าตัดที่บ้านเสียงโยนก



ข่าวสังคมจากคนป่วย

ผู้มาเยี่ยมที่มาเป็นกลุ่มแบบปฏิบัติการพิเศษแปลกกว่าแขกอื่นได้แก่กลุ่ม คุณประพัฒน์ศรพาลูกดิลล์มา นพดล รุ่งเรือง ทีมข่าวเคเบิลทีวี จุก ไก่ เมืองทองฯ ผวจ.ดิเรก ก้อนกลีบ นับเป็นผู้ใหญ่ในหน่วยราชการ เยี่ยมไข้เมื่อวันที่ 5 ต.ค.หลังจากได้ทราบข่าวในพิธีวางพวงมาลาพ่อเจ้าบุญวาทย์ วงศ์มานิต จากข่าวหลวงพ่อเจ้าคณะจังหวัด วัดบุญวาทย์ อ่านบทฮ่ำพ่อเจ้าโดยแจ้งว่าที่จะนำเด็กมาฮ่ำคือ โยมอาจารย์ศักดิ์ สักเสริญ รัตนชัย เกิดป่วยเข้าโรงพยาบาล ท่านก็มาตามข่าว แต่ที่มาไกลจากต่างอำเภอได้แก่ ผอ.ร.ร.แม่ทะวิทยาพร้อมคณะครู อจ.ร.ร.ห้างฉัตร ร.ร.อนุบาลห้างฉัตร ร.ร.บ้านป่าไคร้ จาก มช.มีศาสตราจารย์สุรพล ดำริห์กุล จากกรุงเทพฯมีลูกต๋อม จำไม่ได้แม้แปลกใจที่เห็นในภาพเท่าที่ลูกตุ่ยรวบรวมผู้มาเยี่ยมทั้งที่โรงพยาบาล ระหว่าง 2-5 ต.ค.และ28-31 ต.ค.รวม 8 รวมทั้งการปฏิบัติงานเขียนและเผยแพร่ข่าวสถานีวิทยุ สวท.และคอลัมน์ข่าวประจำสัปดาห์ไทยนิวส์อย่างไม่ตกหล่นตลอดเดือนตุลา กับเหลือนั้นคือที่บ้านพักเสียงโยนก เท่าที่ลูกตุ่ยทันเก็บภาพได้บางส่วนท้ายนี้


4 พฤศจิกายน 2551

2 ร่ำเปิงชีวิต เยื่อใยให้เห็นเมื่อยามไข้ (อัลบั้ม/ปรารภ A 2)





1 ร่ำเปิงชีวิต ปรารภเบื้องต้น
คำว่าร่ำเปิง หมายถึง รำพึง เป็นภาษาตระกุลไทยคนเมืองและคำจารึกสุโขทัยโบราณ
หวนสติร่ำเปิง ผู้เขียนขณะวัย 79 ปี 9 เดือน นับเกิดปีมะโรง พ.ศ.2471 ยุคปฏิทินปีใหม่นับปีเมษายน จุดประสงค์คอลัมน์นี้ เพื่อประมวลสิ่งรำพึงเรื่องราวต่างๆสู่มรดกความจำแห่งชีวิต
ร่ำเปิงชีวิตวัย 79 ปี 9 เดือน พฤหัสบดีที่ 2 ตุลาคม 2551 ณ โรงพยาบาลศูนย์ลำปาง
ผู้เขียนเข้ามาแต่เช้าพร้อมภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากแห่งชีวิต คือแม่ทองสุข ของลูก 6 คน โดยทะเบียนผู้ป่วยทางเดินปัสสาวะ อย่างไม่คาดฝันว่า ผู้เขียนเกิดอาการหนาวสั่นฉับพลันเหมือนอาการไข้มาเลเลียซึ่งเคยเป็นแต่ สมัยเด็กชายสมศักดิ์ อายุ 10 ขวบ แพทย์พยาบาลห้องผู้ป่วยทางดินปัสสาวะ ต้องเบิกตัวแพทย์พยาบาลจากห้องอายุรกรรมอย่าง ฉุกเฉิน โดยพบอาการความดันต่ำสู่ขีดอันตราย.....
โดยมีแพทย์หญิงเบญจมาส เขียวชอุ่ม จากหน่วยอายุรกรรม มาช่วยปั้มหัวใจ .......
ทราบตอนหลังคืนสติจากตุ่ย ลูกชายรับโทรศัพย์จากบ้านว่า"แม่พูด
อย่างตื่นตระหนกตกใจ สะอึกสะอักไม่เป็นภาษาเลย.....
"คือขณะอาการผู้เขียนอยู่ในระหว่างปั้มหัวใจ มีคนไข้อาการคล้ายๆกัน
ในเตียงห้องเดียวกัน.......
......ถูกย้ายสู่เตียงเข็นไปห้องดับจิต... ร่ำเปิงสตินี้ ผู้เขียนเห็นใจแม่ทองสุขของลูกๆเพราะผู้ตายทุกรูปนามไม่มีโอกาสรู้เบื้องหลังระหว่าง "คนตาย" กับ"คนอยู่ "ตกอกใจตกหายอย่าง
ไร ต่อเรื่องอุบัติการณ์นี้...ผู้เขียน ทราบจากบันทึกรายงานแพทย์พยาบาลว่า "ผู้ป่วยมีอาการพูดไม่รู้เรื่อง ไม่ดื่มสุรา นับแต่เลข 1-2-3-4"ความดันปรกติผู้เขียนระหว่าง 120 ความดันขีดอันตราย คือระหว่าง 90-60 ความดันของผู้เขียนลดลงฉันพลันเหลือ 2 ขีดอันตราย ขณะที่ปั้มหัวใจจนหายจากอาการความดันแทก ผู้เขียนไม่เคยประสบเหตุการณ์เช่นนี้เลยในชีวิต.......

..ร่ำเปิงสติคิดถึงป้าระดมของเด็กๆ เรื่องตำนานคนตาย-เกิด สองครั้งจาก
ร่ำเปิงสติคิดของผู้เขียน .....
..ได้ตายแล้วเกิดใหม่ ณ โรงพยาบาลนี้ในวันที่พฤหัสบดีที่ 2 พ.ย.2551 โดยมีอนุสติตายเกิด
ได้สองครั้ง
โดยจำแนกลักษณะตายเกิดสองครั้ง 3 ลักษณะอาการคือ
ลักษณะอาการที่ 1 ; ตายเกิดจากโลงศพ ชีวิตเรื่องจริงที่อาจารย์สมพร เทพสิทธาเขียนไว้ในหนังสือเผยแพร่สภายุวพุทธิกสมาคมแห่งชาติในพระบรมราชูปถัมภ์ ถึงนายเล้งที่อีสาน เสียชีวิตและฟื้นจากโลงศพ ระลึกหนหลังจำชีวิตอดีตชาติ บอกสิ่งไม่เคยรู้ก่อนตาลครั้งที่ ๑ ได้
ลักษณะอาการที่ ๒ คือเสวยชาติเกิดใหม่ จากตัวอย่างอดีตสกุลเจ้าหอคำหลวงนครลำปาง ฟื้นจากลักษณะนอน"ตายลืม" จากปากคำนายสุวรรณ รื่นยศอดีตผู้ว่าราชการ
จังหวัดลำปางรุ่นครึ่งศตวรรษก่อน ในโอกาสแสดงปาฐกถาเรื่องกรรม ณ โรงเรียนสตรีประจำจังหวัด
ลำปางกัลยาณี เล่าถึงสตรีเชื้อสายเจ้าลำปางผู้หนึ่งเสวยชาติใหม่ระลึกอดีตชาติหลังอาการหลับใหล
ฟื้นสติเหมือนคนแก่มีอากัปกริยาภาษารุ่นเก่าละคน ได้นำพ่อแม่ไปเก็บทรัพย์มีค่าซ่อนในช่องข่เพดาน
จากเรือนโบราณได้อย่างถูกต้อง
ลักษณะอาการที่ ๓ ตายฟื้นในโอกาสหมอช่วยได้ทัน ; เรื่อง
ผู้เขียนถือเป็นการตายในวินาฑีที่มีหมอช่วยได้ทัน มีตัวอย่างเปรียบเทียบโดยเป็นสติรำลึกแวบในขณะอาหารป่วยครั้งนี้... ถึงอดีตนายกยุวพุทธศาสนิกสมาคมลำปาง ประธานศูนย์อบรมพุทธเยาวชน เสียชีวิต
ในวัย48 ปีวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2509 คือนางสาวระดม เสาจินดารัตน์ ด้วยโรคปัจจุบันความดันสูง ณ บ้านเสาจินดารัตน์ โดยเชื่อหมอพื้นบ้านที่เคยฝากเนื้อฝากไข้ ขาดทักษะอุปกรณ์ตรวจจับโรคความดัน
เสี้ยวชีวิตนั้น มิได้อยู่กับกับแพทย์พยาบาลช่วย
ได้ทันท่วงที ; ทำให้ได้ผลสรุปจากแม่เด็กและลูกว่า "ถ้าผู้เขียนขณะอาการไข้สูงความดันแทรกในวินาทีนั้นอยู่ที่บ้าน วันนี้คงเหลือแต่ชื่อ ผู้เขียนนึกถึงภาพน้องชายคือ สุรินทร์ รัตนชัย เคยร้องไห้สะอื้นตื่นฟูมฟายขณะเห็นพี่ชายยังมีชีวตนอนอยู่บนเตียงโรงพยาบาลยังไม่ตายตามข่าวเมื่อราวยี่สิบปีก่อน เข้าโรงพยายาบาลโดยอุบัติเหตุรถชนกระดูกเท้าขวาหัก เกิดข่าวลือว่า ศักดิ์ รัตนชัย ไปตายที่โรงพยาบาล สุรินทร์ เป็นน้องชายร่วมท้องมารดาเพียงคนเดียว ซึ่งต่อมาเขาก็เกิดตายก่อนด้วยโรคต่อมลูกหมากเป็นมะเร็ง อำไพ รัตนชัย น้องสไภ้ กับหลานๆคือเยื่อใยสุดท้ายเหลืออยู่ในสกุลเรา 2 พี่น้อง .

1 ร่ำเปิงชีวิต เยื่อใยให้เห็นเมื่อยามไข้ (อัลบั้มปรารภ A)




ขนาดตัวอักษร (1) ปรารภเบื้องต้น


คำว่าร่ำเปิง หมายถึง รำพึง เป็นภาษาตระกุลไทยคนเมืองและคำจารึกสุโขทัยโบราณ
มรณสติร่ำเปิง ผู้เขียนขณะวัย 79 ปี 9 เดือน นับเกิดปีมะโรง พ.ศ.2471 ยุคปฏิทินปีใหม่นับปีเมษายน จุดประสงค์คอลัมน์นี้ เพื่อประมวลสิ่งรำพึงเรื่องราวต่างๆสู่มรดกความจำแห่งชีวิต
(1) ร่ำเปิงสติ ปรารภวัย 79 ปี 9 เดือน
พฤหัสบดีที่ 2 ตุลาคม 2551 ณ โรงพยาบาลศูนย์ลำปาง ผู้เขียนเข้ามาแต่เช้าพร้อมภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากแห่งชีวิต คือแม่ทองสุข ของลูก 6 คน โดยทะเบียนผู้ป่วยทางเดินปัสสาวะ อย่างไม่คาดฝันว่า เกิดอาการหนาวสั่นฉับพลันเหมือนอาการไข้มาเลเลียซึ่งเคยเป็นแต่ สมัยเด็กชายสมศักดิ์ อายุ 10 ขวบ แพทย์พยาบาลห้องผู้ป่วยทางดินปัสสาวะ ต้องเบิกตัวแพทย์พยาบาลจากห้องหน่วยอายุรกรรมอย่าง ฉุกเฉิน โดยพบอาการความดันต่ำสู่ขีดอันตราย
โดยมีแพทย์หญิงเบญจมาส เขียวชอุ่ม
จากหน่วยอายุรกรรม มาช่วยปั้มหัวใจ ทราบตอนหลังจากตุ่ยลูกชาย
รับโทรศัพย์จากบ้านว่า......
"ครั้งแรกที่ได้ยินเสียงแม่พูดอย่างระร่ำละลักกระอักกระอ่วนป่วนคำ พูดไม่เป็นภาษา... คือขณะอาการผู้เขียนอยู่ในระหว่างปั้มหัวใจ โดยมีคุณหมอกล่าวถึงอาการน่าห่วง อยู่ในเครื่องสายระโยงระยาง
มีตัวอย่าง คนไข้อาการคล้ายเคียงกันในเตียงห้องเดียวกันถูกรถเข็นสู่ห้องดับจิต....
ระยะเวลาเกิดเหตุในโรงพยาบาลนี้ คือเวลาระหว่าง10.30- 11.00 น. ร่ำเปิงสตินี้ ผู้เขียนเห็นใจแม่ทองสุขของลูกๆ "ถ้าขณะยามนี้ยังอยูที่บ้าน ลูกหลานไม่มีโอกาสได้เห็นพ่ออีกแล้ว" ความรู้ใหม่จากอาการดังกล่าวคือสิ่งที่ผู้เขียนงุนงงไม่รู้ตัวเลย เป็นเรื่องที่พูดคุยกันตอนบ่ายสอง โดยผู้เขียนคิดว่าตนเองไม่เคยเสียสติ ความจำจะมีอยู่ตอนได้สติเห็นแพทย์หญิงเบญจมาส กับพยาบาลมามาก หลงคิดอย่างมีสติรู้ตัวมาตลอดเวลา แต่ก็มีสายยางคาปากพูดไม่ได้ ไม่รู้ถูกสวมใส่ตอนใด คอนหลังๆลูกแมวก็มาอยู่คู่หน้ากับแม่ ผู้เขียนทำสัญญาณขอกระดาษกับดินสอ ก็เหมือนรู้กันกับพยาบาลคือส่ายหัวปฏิเสธด้วยคำว่า "ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร"สิ่งที่อยากจะพูดคือขอน้ำ ฝ่ายพยาบาลให้น้ำทางน้ำเกลือ สืบเวลาตลอดคืน ลูกกะตาเจ้ากรรมเกิดไม่ยอมหลับ ปัจจัยให้หลับคือความง่วง แต่ลูกกะตาเจ้ากรรมกับสติคิดก็ตื่นอยู่ตลอดเวลาจวบสว่าง
ทนทรมานพลิกหลังพลิกเอวเพราะนอนท่าเดียวไม่เป็น สองมือก็ถูกมัดตรึง กระสับกระส่ายกับควมเมื่อยขบจวบค่อนรุ่ง
ตอนนี้เหลือบเห็นแม่ลูกคู่หนึ่งมาปรนนิบัติพ่อยามป่วยแต่เมืองน่าน ก็ให้คิดถึงผู้ให้ความอบอุ่นอยู่แบบที่เรียกว่าฝากผีฝากไข้ คืนต่อมาได้นอนห้องพิเศษ แม้ว่าจะมีแม่เด็ก ลูกตุ่ย ลูกแมวอยู่ชิดใกล้ ๒ ใน ๖ คน แต่ก็ไม่วายกังวลถึงลูกๆทั้งที่อยู่เชียงใหม่ อยู่กรุงเทพคงต้องมาลำบาก แม้พ่อ
จะคิดถึง แต่ก็ไม่อยากให้ลูกลำบาก

ภาพผู้ป่วยรวมสามพ่อแม่ลูกเตียงใกล้เคียง
มรณะสติคิดถึงป้าระดมของเด็กๆ
เรื่องตำนานคนตายเกิดสองครั้งมรณสติคิด ;จากมรณสติคิดของผู้เขียน ได้ตายเกิดใหม่ ณ โรงพยาบาลนี้ในวันที่พฤหัสบดีที่ 2
พ.ย.2551 โดยมีอนุสติคิดแบบตายเกิดได้สองครั้ง โดยจำแนกลักษณะตายเกิดสองครั้ง 3 ประการที่กล่าวไว้เบื้องต้น ขอย้ำแต่หัวข้อ 3 ประการแรกคืออาการจากสุขภาพตนเอง คือ
ประการที่ ๑ ตายเกิดจากใหม่จากโลงศพ
ประการที่ ๒ ตายแบบเสวยชาติเกิดใหม่หลังอาการหลับลืม
ประการที่ ๓ ตายในเสี้ยวนาทีที่แพทย์พยาบาลช่วยชีวิตได้ทัน
และตายทั้งเป็น ในประการพิเศษที่ ๔
*การตายทั้งเป็นแบบประการที่ ๔ ทางสังคมของศิลปิน ในสังคมคนเป็นๆน้อยคนจะกล่าวถึง แต่ก็คือสูตรและศาสตร์ในสังคมปัจจุบัน ถูกกำหนดให้ตายโดยบุคคลที่ ๒ ที่ ๓ฯลฯ หรือให้ตายทั้งเป็นโดยบุคคลอื่นทั้งๆที่ผู้ตายยังมีชีวิตอยู่ เช่นนักเขียนถูกตัดหน้าข่าวคอลัมน์ นักแสดงถูกตัดโปรแกรมบนเวที ตัวอย่างการเมือง เช่นในพม่าฆ่าอองซานซูจีทั้งเป็นด้วยกฏหมายสล๊อคให้สภาวะแต่งงานของเธอพ้นจากสัญชาติพม่า ร่วมทั้งเรื่องบ้านเลขที่ 111 บัญญัติขึ้นด้วยผลแห่งการเมือง บุคคลที่ตายทั้งเป็นเหล่านี้ ล้วนยังมีชีวิตร่างกายสติปัญญาสุขภาพสมบูรณ์
000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000
หลังอาการที่คิดถึงน้องชายเพียงคนเดียว ; ผู้เขียนนึกถึงภาพน้องชายคือ สุรินทร์ รัตนชัย เคยร้องไห้สะอื้นตื่นใจขณะเห็นพี่ชายยังมีชีวตนอนอยู่บนเตียงโรงพยาบาล ยังไม่ตายตามข่าวเมื่อราวยี่สิบกว่าปีก่อน เข้าโรงพยายาบาลโดยอุบัติเหตุรถชนกระดูกเท้าขาวหัก เกิดข่าวลือว่า ศักดิ์ รัตนชัย ไปตายที่โรงพยาบาล สุรินทร์ เป็นน้องชายร่วมท้องมารดาเพียงคนเดียว สิ่งที่เศร้าโศกกว่านั้นคือร้องให้มาตลอดทางก่อนถึงโรงพยาบาบ แต่แล้ว น้องสุรินทร์ ก็เกิดตายด้วยโรคต่อมลูกหมากเป็นมะเร็งก่อนพี่ชาย เห็นใจ อำไพ รัตนชัย น้องสไภ้ กับหลานๆคือเยื่อใยสุดท้ายเหลืออยู่ในสกุล 2 พี่น้อง.

0000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000