8 พฤศจิกายน 2551

4 ร่ำเปิงกิจกรรม ระบำตำนานปั่นฝ้าย จุมสะหรี TV8รุ่นแรก

รายการ ศิลปินหรรษา TV 8
บทเรียน คำเมือง ทักษะ ก กา บาลีไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง
ISBN974416-495-68 ; "คำเมือง"เล่ม ๑ อักขรธัมม์เฮียนเวยฺยเอาคนเดียว ๑๒ -ขั้นตอนการผลิตสิ่งทอ

บทเพลง "ระบำตำนานปั่นฝ้าย"ทำนองเก่าปั่นฝ้าย คำร้องคำเมือง-ท่ารำ ศักดิ์ ส.รัตนชัย
---00000---


(อื่อ.............) (๑)ดอกฝ้ายอีดนีดเม็ดใน เหลือเป๋นปุยไก้สีสุ่นบุ่นตุ่นขาว

ก๋งยิงปิงปาวปุ๊ดี ก๋งยิงปิงปาวปุ๊ดี กิ๊กเป๋นหางสำลี มาจั๋บเผี่ยนผั้นปั่นฝ้าย

(๒)ปั๋นฝ้ายเข้าแก๋นเหล็กไน เผียหื้อเป็นใจ๋แล้วเอาลงใส่หม้อต้ม

ย้อมสีแล้วเอามาตี๋จ๋นยม (ตบๆ)ย้อมสีแล้วเอามาตี๋จ๋นยม

แจ้สมน้ำเข้า(ข้าว) บิดฮูดขึ้นตากยอยฮาว

(๓) ไจ๋ฝายย้อมสีงามเลาเอามากวั๋กแล้วโว้นกั๋บหลักสอดสี

เลือกลายตี้มันเหมาะกั๋บกี่ตอ เลือกลายตี้มันเหมาะกั๋บกี่ตอ

เข้าฟืมหูกต่อแล้วตอเป๋นผืนผ้าฮำ

(๔) อีดยิงกิ๊กปั่นเผียโว้น ต้มตากกวั๋กโว้นเข้าฟืมตอ

ปั่นฝ้ายตอเป๋นผ้าซาวฮำ ปั่นฝ้ายตอเป๋นผ้าซาวฮำ

มาฟ้อนฮ่อนละนำ ขาดกาดกองลี ต๊ะต่อนยอน ต๊ะต้อนยอน

ต๊ะตอนยอน ต้อนยอน ต้อนยอน (อื่อ....................................)

(ซ้ำท่อนส่งจบ) อีกยิงกิ๊กปั่นเผียโว้นต้มตากกวั๋กโว้นเข้าฟืมตอ

ปั่นฝ้ายตอเป๋นผ้าซาวฮำ ปั้นฝ้ายตอเป๋นผ้าซาวฮำ

มาฟ้อนฮ่อนละนำขาดกาดกองลี มาฟ้อนฮ่อนละนำขาดกาดกองลี.

ฟ้อนค้างสไบบูชาบายสรี ณ ค้างวัดกู่ขาวร้าง รับกฐินกู่คำ



ต้นแบบการฟ้อนซอ ชุดระบำตำนานปั่นฝ้าย ได้รับสิ่งดลใจจากการพบจิตรกรรมฝาผนังวัดนาแส่ง
ต.นาแส่ง อ.เกาะคา จ.ลำปาง จึงกำหนดให้รำนับจากซ้าย คือนาแส่ง ๑ คู่รำด้านขวาคือนาแส่ง ๒
ระบำตำนานปั่นฝ้าย ได้แบ่งเป็น ๑๒ ขั้นตอนของการประดิษฐ์สิ่งทอ
คือ ๑/อีด ๒/ยิง ๓/กิ๊ก ๔/ปั่น ๕/เฝีย ๖/โว้น ๗/ต้ม ๘/ตาก
๙/กวัก ๑๐/โว้น(แบบ๒) ๑๑/เข้าฟืม ๑๒/ทอ.

---00000---

ผู้รำต้นแบบ นางสาวนงนุช เกตุวงศ์ (โรงเรียน ประชาวิทย์) ตำแหน่งท่ารำนาแส่ง ๑

นางสาวดวงนภา (แอร์) เผ่ากันต๊ะ (มหาวิทยาลัยโยนก) ตำแหน่งท่ารำนาแส่ง ๒

คำร้อง แบบท่ารำ ฝึกซ้อม ; อาจารย์ ศักดิ์ ส รัตนชัย มหาวิทยาลัยโยนก

ท่าฟ้อนปิงปาว ที่แปลว่าแพรวพราวของคู่รำ นงนุช ณ TV8



นงนุช - ดวงนภา ในท่าเผียไหม
















ท่ากว็กฝ้ายต่อจากท่าฟ้อนสาวขุมตีน
คือท่ากวัก (ตระหวัด) แวดเกล้า

นาฏลีลา ท่าฟ้อนปั่นฝ้ายระหว่างคู่รำท่านาแส่ง 1 และท่านาแส่ง 2


นงนุช -ดวงนภา ในท่าสาวตีน ระบำตำนานปั่นฝ้าย


ขบวนรำพลอง ดาบเจิง ฟ้อนแง้น ตามศิลปะเมืองเหนือ คณะเด็กจุมสะหรีรุ่นแรก ในโอกาสไปแสดง
ที่ประชุมใหญ่ไลออนส์ภาคที่จังหวัดชลบุรี ขณะผ่านตาคณะกรรมการตัดสินการประกวดรถไลออนส์



ดวงนภา เผ่ากันต๊ะ ท่ารำนาแสง 1 นงนุช เกตุวงศ์ ท่ารำ นาแส่ง 2 พร้อมหางแถวรุ่น ด.ญ.สมพรและเพื่อนเด็ก
จุมสะหรีวัด กู่คำ รุ่นแรก ในฉากจบอันสวยงาม ณ TV8 รุ่นแรก
ร่ำเปิงกิจกรรมจุมสะหรี TV8 รุ่นแรก โดย รายการศิลปินหรรษา ของสมาคมเพื่อการรักษาวัฒนธรรม(สรสว.)สาขา ประจำจังหวัดลำปาง
ร่วมกับศูนย์ประชาสัมพนธ์เขต 3 ลำปาง คณะข่วงเจิงจุมสะหรีเริ่มมีแต่ปีก่อตั้งวันแม่แห่งชาติ พ.ศ.2536


ชมรมจุมสะหรีข่วงเจิงวัดกู่คำ เริ่มขึ้นขันครูเจิง แต่วันพฤหัสบดีวันแม่แห่งชาติ พ.ศ.2536 ท่าฟ้อนระบำตำนานปั่นฝ้ายเป็นท่ารำต่อจากท่ารำ ล่องสะเปายี่เป็ง เด็กนักเรียนข่วงเจิงจุมสะหรีรุ่นแรก เป็นเด็กยาก

จนและด้อยโอกาส อยู่ในหมู่บ้านใกล้เคียง วัดกู่คำ ทางวัดได้จัดซื้อเสื้อผ้าสไบผ้าถุงซิ่นฝึกการฟ้อนรำ

รับองค์กระฐินสามัคคีเพื่อช่วยวัดระหว่างมีคดีความต่อสู้กับจำเลยที่มาบุกรุกที่ดินวัดโดยมีสมาคมเพื่อการรักษาสมบัติวัฒนธรรม(สรสว.)ประจำจังหวัดลำปาง
อุปถัมภ์รายการแสดงต่างๆจวบกระทั่งเด็กลูกชาวบ้าน
ละแวกวัดกู่คำเป็นช่างฟ้อนรับองค์กฐินได้


คณะนี้ได้ฝึกลีลาท่ารำแบบพื้นบ้านขึ้นขันครูเจิงรำดาบรำพลอง ออกรายการโทรทัศน์และการแสดงในต่างจังหวัดที่ชลบุรีเป็นครั้งแรก เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้มีโอกาสเห็นทะเล เล่นน้ำทะเลเด็กช่างฟ้อนรุ่นนี้ ได้ฝึกวินัยตามแบบครูนาฏศิลป์ ปัจจุบันได้ทำงานประกอบอาชีพ บ้างก็จบปริญญารับราชการ ต่างมีอดีตประวัติที่ภูมิใจว่า ได้เป็นศิษย์วัดห่างชุมชนที่ยากจนที่มีโอกาสสร้างชื่อเสียงแก่วัดกู่คำทั้งมีโอกาสสัมพันธ์กับเพื่อนเรียนนาฏศิลป์จากในตัวเมืองและต่างอำเภออีกด้วย .





กสาสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสส










3.1 ร่ำเปิงกิจกรรม ระบำล่องสะเปายี่เป็ง TV8 รุ่นแรก

3.1 ร่ำเปิงป๋ากิจกรรม ระบำล่องสะเปายี่เป็ง TV8 รุ่นแรก


ค่ำว่าป๋าเวณีล่องสะเปายี่เป็ง ; ป่าเวณีล่องสะเปายี่เป็ง หมายถึงประเพณีไหลเรือไฟเพ็ญเดือน ๑๒ เกณ์นับเดือนของชาวภาคเหนือตอนบน มากกว่าเกณฑ์นับเดือนของชาวภาคกลาง ๒ เดือน เพ็ญเดือน ๑๒ ภาคกลาง ภาคเหนือ นับเป็นเดือนยี่ของชาวภาคเหนือตอนบน

ความแตกต่างของคติประเพณี; ความแตกต่างระหว่างคำว่า ล่องสะเปา กับลอยกระทง ศึกษาได้จากบทเพลงล่องสะเปายี่เป็งภาษาคำเมือง และบทถอดความหมาย ดังนี้

"ล่องสะเปาฮีตเก่าเฮามี ป๋าเวณีไหลไฟ ตานไปตวยสายน้ำ
ปล่อยว่าวไฟมาบเม็บเมืองบน หนตางเตียวเมืองลุ่มคึล้ำหนุ่มสาวฟ้อนแอ่นแล่นรำ
พ่องก๋ำโกมสายยี่เป็ง"

"ไหลประทีปเรือไฟ จารีตเก่าเรามี ประเพณีไหลไฟ ทาน (อุทิศ) ไปทางสายน้ำ
ปล่อยวาวโคมไฟแสงกระพริบเมืองบน ถนนคนเดิมเมืองล่างครึกครึ้นล้ำ หนุ่มสาวฟ้อน
อ่อนเอว บ้างถือโคมสายเพ็ญเดือนสิบสอง"

คติล่องสะเปา กับลอยกระทง ; ต่างกันโดยสิ้นเชิง คือ พิธีล่องสะเปาคือแผ่ผลอุทิศทาน
แด่ผู้ล่วงลับ ต่างกับพิธีลอยกระทงโดยถือตำนานนิทานนาง นพมาศสุโขทัยอธิษฐานในพุทธคุณบูชาแม่พระคงคา ถือเป็นการทำบุญ

ฉนั้นจึงกล่าวคติประเพณีทั้งสองนี้ ในเบื้องต้นว่า การล่องสะเปาคือการทำทาน
ส่วนการลอยกระทงคือการทำบุญ คติประเพณียี่เป็ง ในท้องถิ่นที่ไกลแม่น้ำ ยังทำพิธีปล่อยโคมลอย ที่ประเพณีปล่อยโคมลอยยี่เป็งชาวเนินเขาที่อำเภอแจ้ซ้อน

สมัยคุ้มหลวง ; คติประเพณีล่องสะเปาในสมัยพ่อเจ้าบุญวาทย์วงศ์มานิต เจ้าผู้ครองนครลำปางสุดท้าย คือจัดดาสะเปาหลวง ทำเป็นรูปเรือที่หน้าคุ้ม ในเรือมีข้าวปลาอาหารและ
รูปปั้นทาสีทาสาช้างม้าวัวควาย สะเปาหลวงสร้างเป็นรูปเรือเดินทะเล มีเสากระโดง มีโคมร้อย เป็นโคมราวเล็กๆ พ่อเจ้าจะกระทำพิธีสระเกล้าดำหัวลงในสะเปาก่อนพิธีแห่สะเปาหลวง ข้าราชบริพารและชาวเมืองนำสะเปาน้อย ตามแห่เป็นขบวนจากคุ้มหลวงลงที่ท่าน้ำ ท่าช้างเผือก(หลังจวนผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางปัจจุบัน)ราษฏรฝั่งแขวงเวียงเหนือต่างก็ถือสะเปาน้อยร่วมลอยพร้อมกันสองฝั่งแม่น้ำพ่อเจ้าโปรดประเพณีล่องสะเปา ถึงกับตั้งชื่อธิดา ๒ องค์ว่า เจ้าหญิงสะเปาแก้ว และเจ้าหญิงสะเปาคำ (คำบอกเจ้าหญิงบุษบง)

ล่องสะเปา เดือนอ้ายบ้านสะเปา ; ที่บ้านสะเปามีตำนานเคยมีเรือมาเกยตื้นที่เด่นสะเปา
สืบประเพณี ล่องสะเปาเดือนอ้าย (เดือน 11) มีคำอุปโหลกการปล่อยสะเปาอุทิศส่วนกุศลแก่ผู้ล่วงลับ แบบผลัดมื้อระหว่างชาวบ้านลำปางกลาง ระหว่างเดือนยี่เป็งมาร่วมพิธีในตัว
เมือง ประเพณีไหลเรือไฟเดือน ๑๑ ของชาวบ้านสะเปาลำปางตรงกับประเพณีภาคอีสาน

ตำนานล่องสะเปา ; ตำนานล่องสะเปาสืบแต่ประเพณีหริภุญไชย ในหนังสือชินกาลมาลิณี กล่าวถึงสมัยกษัตริย์จุเรนทราชทิ้งเมืองหริภุญไชยด้วยโรคห่าระบาด เป็นเมืองร้าง 6 ปี
ไปที่เมืองสะเทิม ครั้นกลับมาชวนชาวเมืองร่วมทำพิธีลอยโขมด(ประทีปไฟ)เป็นประเพณี

การเสื่อมหาย ; เหตุที่ประเพณีลอยโขมดหายไปจากหริภุญไชย เหลือที่นครลำปาง โดยประวัติศาสตร์เมืองลำพูน และเชียงใหม่หลังศึกไทยรบพม่ากลายเป็นเมืองร้าง ทางนครลำปางยุคเจ้าเจ็ดตนต้องบูรณะเมืองร้างโดยพลเมืองรุ่นแรก เป็นชาวลำปางจำนวน 500 คน โดยพลเมืองส่วนใหญ่นั้นได้กวาดต้อนชาวยองจากเมืองยองมาเป็นพลเมืองส่วนใหญ่ในลำพูนสืบปัจจุบัน นอกจากนั้นชาวลำปางที่ไปตั้งลำพูน ยังไปบูรณะพร้อมไปตั้งรกรากเป็นพลเมืองเชียงแสนร้างจำนวน 500 คนสืบเป็นพลชาวเชียงแสนส่วนใหญในปัจจุบัน

ความโดดเด่น ; ตำนานล่องสะเปาที่เหลือในจังหวัดลำปางนับเป็นประเพณีโดดเด่นในภาค
เหนือตอนบน ที่สืบประเพณีนี้มาคู่พงศาวดารเมืองมากว่าพันปี โดยแบ่งเป็นประเพณีทำทานทางแม่น้ำอุทิศส่วนกุศลทำบุญแก่ผู้ล่วงลับ โดยทางอุบาสกอุบาสิกาจะบำเพ็ญบุญ ฟังเทศน์สมัยก่อนมีการสร้างพระพุทธรูปไม้ยี่เป็ง ตามวัดสำคัญเช่นวัดพระธาตุลำปางหลวง
วัดป่าตันกุมเมือง ความสำคัญระดับภาคเหนือคือเจ้าราชวงศ์เจ็ดตนทั้งลำพูน เชียงใหม่ เชียงรายลำปางร่วมทำบุญมหาทานปางใหญ่แต่แต่สมัยพระเจ้ากาวีระนครเชียงใหม่



เสียงโยนก Classic ปีที่ 31 ฉบัย 319 พฤศจิกายน 2546
ฉบับประวัติตำนานล่องสะเปายี่เป็งนครลำปาง



โน้ตเพลง ล่องสะเปายี่เป็ง


โน้ตเพลงล่องสะเปายี่เป็งนี้ ได้ประพันธ์ขึ้นทั้งการร้องเดี่ยวหรือการร้องหมู่แนวคอรัสประกอบระบำชุดล่องสะเปา หรือฟ้อนสไบไหลสะเปา ประพันธ์เนื้องร้องทำนองและประกอบท่าระบำ แสดงครั้งแรกในรายการศิลปินหรรษา พ.ศ.2531 สถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ลำปาง สะเปากาบกล้วย ; ตัวอย่างสำเปากาบกล้วย ประดิษฐรูปสะเปาลอยน้ำ ด้วยวัสดุธรรมชาติ ของเทศบาลนครลำปาง ปี 2550(ภาพจากแผนกประชาสัมพันธ์เทศบาลนครลำปาง)

" สะเปาบ่ากล้วยเตศยี่เป็ง" ; สะเปากล้วยเทศหรือมะละกอ กล้วยสะเปาก็เรียก เป็นสะเปาเปลือกมะละกอ แต่ละใบผ่าซีกเป็นสะเปาแฝด ภาพสะเปาบ่ากล้วยเต้ศยี่เป็น ของนักเรียนนาฏศิลป์ ร.ร.เทศบาลนครลำปาง พ.ศ.2545
สะเปาตามรูปแบบฝีมือประดิษฐพื้นบ้านลำปาง เมื่อ ปี 2526 ยุคเพลงล่องสะเปายี่เป็ง

สะเปารูปหัสดีลิงค์ข่วงเจิงจุมสะหรีวัดกู่คำ เทิดทูนความหมายหัสดีลิงค์ คือรูปนกหัสดีลิงค์คู่พงศาวดารพระฤาษีสร้างเมืองหริภุญไชย เขลางค์นำรูปแบบหอยสังข์มาสร้างเมือง มีนิยายธรรมเรื่องหงส์หินของพญาโลมะวิสัยบรรยายลักษณะหงส์หินมีงวงมีกวัดแกว่ง ในขบวนมีเพลงประกอบนาฏลีลา ฟ้อนล่องสะเปาและหงส์หินนิยายธรรมคำเมืองที่มีคติสอนใจ องค์ประกอบแห่งขบวนที่บ่งบอกความเป็นศิลปะวัฒนธรรมประจำถิ่นของนครลำปางโดยมีเนื้อร้องเพลงว่า


"นิยายเรื่องหงส์ผาคำบอกออกในธรรมหงส์หินลำปาง(ดนตรี) เป๋นนกมีหัวเป๋นจ๊างป๋กปือหางงว้ายเหงี่ยงงวงงาม
ไต่ปุยเมฆขาวฮ่ามเฮืองเหาะฮายอว่ายหน้า ซานเจ้าย่ามาเมืองก๋างปีกเหิงฝัดผัดมน
ตี่ปีกวีบนจ้อติพย์กวรเมือง (ดนตรี) ไก๋สรออนอ่อนซอนเหลือง
หงส์ฮ่อนเมือเมืองจ๋อมเจื่องสยองบิน หมู่มวลเตวดาอินตา ฟ้อนจุมจุ้มหล้าฟ้อนแอ่นแหง้นแหม้นดาว"
( ทำนองเก่าปุ่มเป้ง บทร้อง ศักดิ์ ส.รัตนชัย )

7 พฤศจิกายน 2551

3 ร่ำเปิงชีวิต อัลบั้มเยื่อใยเห็นเมื่อยามไข้ (B)



ร่ำเปิงชีวิตแห่งเยื่อใยแต่ได้เห็นช่วงยามป่วยประสาทจำเลือนงานก็ได้อัลบั้มร่ำเปิงหน้าใหม่หลังพักฟื้นที่บ้าน อันล้ำค่ามีครอบครัว อ.ปวีณา ชุ่มเบี้ยแห่งโรงเรียนแม่เมาะวิทยา พร้อมพ่อมาส่ง ลูกแน๊ก นักเรียนลำปางกัลยาณี อาหารใจคือเสวนาตามอัธยาศรัยไมตรี คนป่วยยังต้องพักฟื้นหมอพยาบาล อาจารย์พยอม ถิ่นอ่วน และพยาบาลแจ๋วแหววบอกกินน้ำนักๆ

จากซ้าย ผศ.อรรณพ วงศ์วิชัย ผศ.ประสงค์ แสงแก้ว และ ผศ.ธนากร สังเขปหลัง บอกทราบข่าวทีหลังก็ต่างนัดพากันมาต่างทิศต่างทาง เพราะผศ.อรรณพ และ ผศ.ประสงค์ ต่างก็เกษียณอายุจากมหาวิทยาลัยราชภัฏ เหลือ ผศ.ธนากร ยังหนุ่มกว่าเพื่อน ผู้เขียนบอกได้แต่ว่า ทั้งสามอาจารย์มีส่วนเป็นพลังกำลังใจแก่ผู้เขียนทำงานด้านขีดๆเขียนๆทางวิชาการ ก็ไม่วายแสดงผลงานใหม่หน้าจอคอมพ์ ตอนนี้ไม่รู้ว่าผู้เยี่ยมไข้ ใครกันแน่




อาจารย์ประดิษฐ์ สรรพช่าง ผอ.สำนักศิลปะและวัฒนธรรม และคณะที่เห็นอยู่ในภาพ ทำให้นึกถึงคนเก่าๆที่อยู่ในสถาบันนี้ผลัดผ่านๆไปนับแต่รุ่น ผศ.จำลอง คำบุญชู ผศ.ณรงค์ สมิทธิธรรม ที่อยู่ไกลคือ รศ.ธีรศักดิ์ วงศ์คำแน่น ที่มาเบี่ยมโดยมีทันอยู่ในรูป ก็มีอาจารย์ศรชัย เต็งรัตน์ล้อม กับอาจารย์แม่บ้าน ล้วนคือสายใยร่ำเปิงแห่งชีวิต ได้หนา



นึกไม่ออกว่าลูกคนเล็กจะมาจากกรุงเทพฯ

ภาพนี้คืออนุสติเตื่อนใจคนป่วยทุกรายมักเบลอ มีลูก 6 คน คนที่4 คือลูกตุ่ยเศรษฐศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้ถ่ายรูปทุกๆรูปนี้แหละ คนเล็กสุด ลูกต๋อม ปริญญาโทวิศวกรรมลาดกระบัง ตำแหน่งรองหัวหน้างานบริษัทเวเทิร์นดิจิตอล อยุธยา ความสำคัญคือภาพที่ผู้เขียนจำไม่ได้ว่า ลูกคนเล็กนี้ได้มาเยี่ยม ส่วนลูกคนโตเข้าๆออกๆก็คือลูกแมว หรือเอื้องบาน แห่ง ร.ร.แม่ทะวิทยา ผอ.โรงเรียนก็นำคณะมาเยี่ยม ภาพมุมนี้ Classic ในมุมแม่อีต๋อกับอิเตี่ย คิดไม่ถึงว่าอีต๋อมได้มา หลังข่าวล้มป่วยวันที่ 2 ตค. อีต๋อมมาทันอยู่ลำปางวันที่ 3-4 ต.ค. หลานนก นกเป็นลูกของแมว ลูกสาวหรืออาจารย์เอื้องบาน ร.ร.แม่ทะวิทยาเอกภาษาอังกฤษ กับพ่ออ่วม อดีตรอง ผอ.วิทยาลัยอาชีวศึกษาเพิ่งเกษคียรหลานนกเก่งมากโตกับยายเลี้ยงที่บ้าน363เสียงโยนก ตายายภูมิใจหลานนกเก่งจบปริญญาลาดกะบังทำงานบริษัทที่มั่นคงในกรุงเทพฯ ทางบริษัทนี้ให้ความสำคัญวางใจ

ส่งหลานนกไปดูงานเมืองนอกถึงสองครั้งมาเยี่ยมตา ตาดีใจมาก

เตี่ย-แมว-แม่-นก-อ่วม (ตุ่ยถ่าย)



อ.พยอม และ แม่เด็กๆ ครอบครัววิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีนครลำปาง

5 พฤศจิกายน 2551

2 ร่ำเปิงชีวิต เยื่อใยให้เห็นเมื่อยามไข้ (อัลบั้ม B)

อาจารย์สุรพงษ์ ภักดี คณบดี คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์
มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง (ชิดผู้ป่วย ) ดร.ชัยวัชร หน่อรัตน์
(ซ้ายสุด)กับคณะเยี่ยมไข้จากหลายๆแห่ง อาทิ อ.ฐิตารีย์ ตันสุรัตน์ครู คศ.3 จาก โรงเรียนเทศบาล 3 (บุญทวงค์อนุกูล) ที่3จากขวา อ.สุวรัฐ แลสันกลาง รองคณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์(หลังสุด) 5 ต.ค.2551

















กิจกรรมไม่ขาดจังหวะการทำงาน วันรุ่งขึ้นจากออกโรงพยาบาลรอบแรก ดร.ชัยวัชร์ หน่อรัตน์ ทำหน้าที่นำแขกคณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง นำ Mr.Hak Hakanson อดีตวิศวกรกองทัพอากาศอเมริกันติดตามร่องรอยเครื่องบินอเมริกันตกคราวยุทธเวหา เหนือฟ้าลำปาง 11 พย.2487โดยมี อาจารย์นงนุช ป่าเขียว แห่งสำนักวัฒนธรรมจังหวัดลำปาง ร่วมสดับรับฟัง เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2551





















กิจกรรมประจำวันด้านการเอาใจใส่รักษาพยาบาล วันนี้แม่ติ๋มของน้องแอนน์ น้องแอนน์คือดาราRolePlayชุดธิดาสไบร่ำเปิงลำปางโอเปร่า บนเวที CIOFF 2008ธุรการมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง (ก่อนหน้านี้อ.สุพจน์ เรืองสิริกุล คุณพ่อน้องแอนน์ก็มาเยี่ยม)แม่ติ๋มเป็นนักสอนลีลาศรุ่นเท้าไฟตำแหน่งแช้มป์ เวียนเยี่ยมผู้ป่วยหลายครั้ง ก่อนเดินทางไปร่วมรายการ วันที่ 1 พ.ย.2551 ณ สนามความจริงวันนี้ ที่ กทม. เตียงผู้ป่วยรายนี้ มีแขกเยี่ยมทั้งฝ่ายเหลือง และฝ่ายแดง




คณะกรรมการสภาวัฒนธรรมจังหวัดลำปางชุดครั้งแรก ณ โรงพยาบาล




วัน ดร.อุดมศักดิ์ ศักดิ์มั่นวงศ์ ประธานสภาวัฒนธรรมโลก (CIOFF)ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดลำปางวันนำคณะสภาวัฒนธรรมหลงเหลือบางส่วนเยี่ยมป่วยรอบสอง ณ บ้านพัก



5 ตุลาคม 2551 วันหลังพิธีวางพวงมาลาพ่อเจ้าบุญวาทย์วงษ์มานิตคุณดิเรก ก้อนกลีบ ผวจ.และนายกเหล่ากาชาดจังหวัดลำปาง ทราบข่าวจากหลวงพ่อวัดบุญวาทย์วิหารบอกกล่าวแก่แขกในงานว่าอาจารย์ ศักดิ์ สักเสริญ รัตนชัยป่วย ท่านก็กรุณามาเยี่ยม โอกาสสุดท้ายก่อนไปรับราชการตำแหน่ง ผวจ.ลำพูน เยื่อใยนี้ คณะการ์ตูนเจ็มบวมส์ เสียงโยนก Calssic ที่แฟนชื่นชอบ ขอฝากรูปนี้ไว้เป็นที่ระลึก






ในปี 2551 นักศึกษาวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีนครลำปางโครงการช่วยเหลือจังหวัดชายแดนภาคใต้ กลุ่มคอรัส ได้ขึ้นปีสองมีสิทธิแต่งชุดพยาล ได้ฝึกงาน ณ โรงพยาบาลศูนย์ลำปาง มีโอกาสฝึกปฏิบัติรักษาพยาบาลอาจารย์ศักดิ์ สักเสริญ รัตนชัย ณ ห้องป่วยแห่งนี้ด้วย (ดู SAKYONOK ผ่าน Googleได้ )










คณะศิษย์นาฏศิลป์ฃ่วงเจิง ครูผู้ปกครอง โดยมีแม่น้องแนน แม่น้องโบว์ อาจารย์แมว แม่น้องตังเม เยี่ยมไข้ครู ก่อนไปแสดงใน งานต้อนรับแขกนานาชาติของสมาคมท่องเที่ยวนครลำปาง






วันเยี่ยมป่วยของ คุณปฎิพัมน์ พุ่มพงษ์แพทย์ ผอ.สำนักศิลปากร ๗ น่าน กับโอกาส เสวนาเขตพื้นที่ทางโบราณคดี เงื่อนมรดกโลกกลุ่มเมืองพละนครแพร่ เขลางค์ลำปาง หริภุญไชยจามเทวี สู่การนำเสนอพื้นที่ตำนานประวัติศาสตร์ท่องเที่ยวกลุ่มเมืองจามเทวีศิลปากรควรเอาใจใส่เยี่ยมป่วยโครงการรักษาลำปางแพร่-น่าน -พะเยาในสังกัดศิลปากร ๗นอนป่วยมาพันสามร้อยกว่าปี พูดไปพูดมาไม่รู้ว่าใครเยี่ยมป่วยใตรในวันนี้ แถม ผอ.ศิลปากร ๘ บกวันนี้จะเอารถตู้ศิลปากรปากร ๗ คันใหม่มารับไปประชุมเวนาต่อเรื่องพื้นที่ขุดแต่งโบราณคดีงบปี 2551+52 ณ ห้องประชุมร้าน"ปลาเผา"









อาจารย์พยอม ถิ่นอ่วน (ขวา) สู่ด อาจารย์โอ๊ก(ซ้าย) ดร.ถาวร ล่อกา แห่งวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีนครลำปาง และหนูๆลูก อ.พยอม บอกออกโรงพยาบาลระหว่างรักษาตัวที่บ้าน"หื้อหมั่นกินน้ำนักๆเน้อ"








ประพัฒน์ศร รุ่งเรือง พาลูกดิวล์จากแม่ฟ้าหลวง เยี่ยมบ้าย แวะมาเยี่ยมป่วยคุณตาๆพาไปเล่นการ์ตูนหน้าจอ
*แม่ลูกดิวล์ป่วยด้วยโรงมะเร็งตายให้ลูกเพียงคนเดียวเป็นกำพร้า ตาร่วมเสียใจกับคุณพ่อสู้อุตส่าห์ส่งลูกดิวล์อดีตนักเรียนอรุโณทัย-ลำปางกัลยาณี ไปเรียนถึงมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเชียงรายจะขึ้นปี ๓ แล้วเรียนคณะเกี่ยวกับวารสาร อีกหน่อยแสดงผลงานแข่งคุณพ่อเล๊ยยย......ให้น้องดิวล์ เก่งเอามากๆ
( จาก คุณตา)


5 พ.ย.2551 มาไกล อ.รำเพียร ต๊ะมะโนโรงเรียนอนุบาลห้างฉัตร และอาจารย์สุพร ตาใจ โรงเรียนบ้านป่าไคร้ ศิษย์เก่าจุมสะหรีคู่นี้ไปไหนมาไหนไม่ทิ้งกัน
แม่ครูศิษย์ข่วงเจิง จุมสะหรีคูนี้ ยังมีอนุศิษย์ตัวน้อยๆผ่านสังเวียนน่ารักฝากชื่อเสียงนักเรียนห้วยป่าไคร้ครูอนุบาลห้างฉัตร ส่งเสริมเด็กบ้านนอกสู่สังเวียนมะผาบเจิงแสดงงานใหญ่ๆในตัวเมือง รวมทั้งการการร่วมพิธีถวายมือบูชาเจิงร่วมคณะศิลปะการต่อสู้ด้วยอาวุธไทยจุฬาลงกรณ์ฯที่ศาลเสื้อยักษ์สามพันตน วัดศรีล้อม เด็กน้อยรุ่นนี้ ขณะนี้พ้นแม่ครูไปอยู่สายมัธยมแล้ว อย่าลืมชื่อเสียงเก่าครูเก่า"ขอให้ศิษย์เก่า ครูรำเพียร ครูสุพรเอาดีทุกคนแต้เน้อ"






โรงพยาลศูนย์ลำปาง จัดบริการติดตามอาการคนไข้คนไข้รายนี้ไม่ชอบอยู่เฉยๆ ทางพยาบาลก็กรุณาวัดความดันเฉลี่ย 120 ปกติ พร้อมให้คำแนะนำต่างๆ ขณะรักษาเนื้อรักษาตัวอยู่ที่บ้าน















ร่ำเปิงชีวิต ศักดิ์ ส รัตนชัย สุขภาพดีแข็งแรงไม่มีโรคประจำตัว เหตุการณ์ 2 ตุลา 2551 ก็เจริญมรณะสติคิดถึงหมอช่วยชีวิตไว้ ผู้เขียนไม่มีโรคประจำตัว เหล้ายากีฬาบัตรก็ไม่เป็นแต่อุบัติเหตุทางสุขภาพ โรคแทรก ก็พึ่งหมอพยาบาล ร่ำเปิงชีวิตยั่งยืนยาว ในวิถีวิธีที่ถูกต้อง คือไม่ประมาทต่อการต้องตรวจสุขภาพ ทุกจังหวะชีวิต คืออุทิศเวลาให้หมอตรวจ....."ต้องคิดถึงหมอ "




***ร่ำเปิงชีวิต เยื่อใยเห็นเมื่อยามไข้ : ๑๑ โมงเช้าวันนี้ ดร.ยุวดี ไวทยโชติ คณบดีคณะสังคมศาสตร์ และมนุษย์ ศาสตร์ พร้อมคณาจารย์ ภาคภาษาไทย ญี่ปุ่น อังกฤษ ภาควิชาท่องเที่ยว เลขานุการ ธุรการ และพนักงานเก่าแก่ พากันมาเยี่ยมกัน



*** ในคณะมีผู้มีไฝ มีปาน มีลักยิ้ม ต้องโหงวเฮ้ง เพลง "ไฝดำวีคำ" ส่งเสริมการท่องเที่ยวเสี่ยง
เนื้อคู่กาดกองต้า วันนี้คนป่วยเล่าเนื้อหาเพลง "หมอดูทายโหงวเฮ้ง ปีนี้จะพบเนื้อคู่งามเก๋
ด้วยมีรอยลักยิ้ม มีไฝ มีปาน แก้มน่าบี้ ถือพัดลายทองรูปไก่เยียบหมอกน้ำค้าง แรกพบเธอก็จะชายตาเสน่หาด้วยบุญแต่ปางก่อน หมอทายต้นปีนี่ก็จะสิ้นปีแล้..อ่อนใจ..

***วันใกล้สิ้นปีไปเสี่ยงเซียมซีที่ศาลปุ้งเฒ่ากง ไม้เซียมซีกระเด็นไปตกใกล้คู่เสี่ยงเซียมซี พลันก็
พบคู่เสี่ยงเซียมซี ถือพัดลายทองลักษณะเข้าโหงวเฮ้ง เธอ"เม้ยต๋าฮ่อเฮา=เธอชายหางตา
ทอดสะพานให้" เลยพากันลงตลิ่งไปจ่ายตลาดค่ำกาดกองต้า "ซาวบาทเจ้า" แม่ค้าบอกราคา
ของ เราสองคนต่างแย่งกันควักใบแดง บอก "เอาไปเล๊ย ไม่ต้องทอน" จ่ายๆๆ จนสี่ทุ่ม
เทศบาลนคร เมืองนี้กำหนดให้ปิด พรุ่งนี้ขอมาพบกันใหม่ให้ลึกซึ้งกว่านี้ แต่เวรกรรมลืมถามเบอร์มือถือ ของนุชนากไฟดำวีคำคนสวย คอยหง่าวแต่หัวค่ำจนสี่ทุ่ม ...."ตกใจตื่น" .



---00000---


เจ้ไร คุณพันธืดี วีรชาญปรีชาวิทย์ แห่งจิตวัฒนาการพิมพ์ และหนังสือพิมพ์แมงมุมมาเบี่ยมคนป่วยก ประวัติป่วยไข้ก็คือเริ่มแรกจะไปหาหมอโรงพยาบาลตรวจรักษาโรคทางเดินปัสสาวะแต่เกิดโรคแทรก ปัจจุบันคือคมดันต่ำเหลือสองขีดอันตราหมอเลยรักษาพยาบาลฉุกเฉินช่วยชีวิตได้ทัน จากนั้นก็เหลืออาการผ่าต่อมลูกหมาก เสร็จแล้วผลเอกสเรย์พบโครงกระดูสันหลังและลำคอเริ่มทรุดจึงได้ให้ยาป้องกันโรคเส้นทับ เลยต้องรักษาพักฟื้นที่บ้านมีนัดเวณไปตรวจโรงพยาบาล ช่วงรักษาตัวนี้ห้ามขี่มอเตอร์ไซค์ เดินเหิรหนัก "ขอคุณมากครับ"

ดร.ยุวดี ไวทยโชติ คณบดีคณะสังคมศาสตร์และมนุษย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยโยนก ในวันนำแขกจากสหรัฐอเมริกามาเยี่ยมไข้ อ.ศักดิ์ ส.รัตนชัคือ ดร.สมบูรณ์ ศาลยาชีวิต ระหว่างงานวิจัยเรื่องอนาคตช้างในประเทศไทย สหรัฐอเมริกา -มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เดินทาง สู่ประเทศไทยระหว่างต้นธันวาคม ๒๕๕๑ คณะนักเรียนดนตรีขับร้องเพื่อกิจกรรมเสริมสร้างความสามารถเด็กของอาจารย์ฐิตารีย์ ตัณสุรัตน์ โรงเรียนบุญทวงศ์อนุสรณ์ เทศบาลนคร ๔ เยี่ยมป่วยอาจารย์ศักดิ์ ส.รัตนชัย หลังออกโรงพยาบาล

หมอไม่ห้ามกิจกรรมภายในบ้าน เลยได้ฝึกเพลงขับร้องแนวพระราชนิพนธ์ พรปีใหม่-สายฝน ฝึกดูสคอร์ เพลงบรรเลงหน้าจอ เข้าเสียง Violin เพลงต่อไปที่จะต้องฝึกต่อที่ ร.ร.คือชุดต่อต้านอบายมุข คอรัส นักเรียนโรงเรียนบุญทวงศ์อนุสรณ์ เทศบาลนคร ๔ นำโดย อ.ฐิตารีย์ ตัณสุรัตน์ ถ่ายรูปหมู่กับ อาจารย์ ศักดิ์ ส.รัตนชัย ณ มุมบ้านฮิมกองเพื่อนบ้านเสียงโยนก ถนนทิพย์ช้าง


---00000---

2/1 ร่ำเปิงชีวิต หมอรักษา กัข แขกเยี่ยมไข้ (อัลบั้ม B)


2/1 ร่ำเปิงชีวิต หมอรักษา กับแขกเยี่ยมไข้

(อัลบั้ม B)


มุมภาพจากเตียงนอนหมายเลข 17 มีป้ายหมอประจำ คือ
นพ.สุพจน์ กิตติกรวรกุล ตอนตี 05.00 น.
ก่อนไฟใหญ่เพดานจะเปิดย่ำอรุณผลัดวรใหม่พนักงานพยาบาล
ของวันที่ 31ตุลาคม ก่อนอำลาจากหมอ




2-5 ต.ค-28-31 ตค.2551 ป่วยนอนโรงพยาบาลลำปาง 2 ครั้งๆละ 4 วันรวม 8 วัน สลับนอนป่วยที่บ้านโดยมีผู้มาเยี่ยมทั้งที่บ้านและโรงพยาบาลร่ำเปิงหาพอสมควร โดยเฉพาะตลอดระยะดังกล่าว หมอบุญจง ชูชัยแสงรัตน์ แห่งโรงพยาบาลเขลางค์ราม


และหมอสุพจน์ กิตติกรวรกุล รักษาทางเดินปัสสาวะโรงพยาบาลศูนย์ลำปางประสานไม่ขาดสาย หลังจากหมอเบญจมาส เขียวชอุ่ม รักษาโรคความดันอันตรายฉับพลันได้ทันกาล นอนโรงพยาบาลระหว่างวันที่ 2-5เสร็จแล้ว รอจังหวะรักษาต่อมลูกหมาก หมอสุพจน์ กิตติกรวรกุล เพิ่งกลับมาจากอเมริก การตรวจโรคของผู้เขียนนักไว้วันที่ 28 ต.ค.หมอวิจัยผลเอกซเลย์ขั้นต้น แนะว่าอาการทางเดินปัสสาวะของผู้เขียน มีช่องทางเดียว ที่จะหายขาด คือต้องผ่าต่อมลูกหมากโดยให้นอนโรงพยาบาลวันนั้นเสียเลยการรักษาโรคปัจจุบันและผลตรวจป้องกันโรคร้ายแรงในอนาคต ;
นพ.สุพจน์ กิตติกรวรกุล นับเป็นแพทย์เจริญอัธยาศรัยและเชี่ยวชาญการรักษาต่อมลูกหมาก ผ่าตัดนิ่วในไตที่สามารถ ท่านไม่มีเวลาพักเที่ยงตรวจคนไข้จนหมดคิวเป็นประจำ ผู้เขียนแต่ไหนแต่ไรกลัวเข็มหมอและพยาบาล ทุกครั้งจะถูกเข็มต้องหลับตาทุกครั้ง ยิ่งทราบว่าจะมีการคว้านต่อมลูกหมาก จะเป็นครั้งที่ต้องทนเจ็บที่สุดในชีวิต เหมือนผู้เคยป่วยผ่านการผ่าตัดในสมัยก่อนๆ แม่ทองสุขของลูกๆคอยอยู่หน้าห้องด้วยกระวนกระวายเพราะเฝ้าแต่ ตอนเข็นเตียงไปในห้องศัลยกรรมนานกว่าสองชั่วโมง แต่ที่ไหนได้ อยู่ให้ห้องผ่าตัด เพียงชั่วโมงเดียว แล้วออกมา ณ ห้องรอจังหวะ ตรวจสอบเฉยๆในห้องพิเศษอีก 1 ชั่วโมง สิ่งที่ผู้เขียนกลัวเจ็บที่สุดในชีวิต ก็คือคว้านต่อมลูกหมาก โดยไม่มีการวางยางสลบ แต่หมอสุพจน์ ทำได้ "ไม่เจ็บเลย" ออกจากห้องศัลยกรรมแล้วบอกกับผู้มาเยี่ยมว่า "ไม่เจ็บเลย " "ไม่เจ็บเล้ย"แบบตื่นเต้นมหัศจรรย์ แถมเมื่อตอนยาหายชา ก็ไม่เจ็บ มีสิ่งหนึ่งที่แทรกข้ามาคือ อาการเจ็บเส้นแต่ไหล่ซ้ายถึงปลายเท้า ทรมานทั้งคืน วิตกว่าอาจจะถึงขึ้นพิการขากะเผล็กไปข้างหนึ่งแน่ ก็ได้รับการตรวจส่องเอ๊กซเรย์ ที่ห้องกระดูกในเช้าวันที่ 30 ตค.ต้องขอชมเชยพนักงานเอ๊กซเรย์ที่ทำหน้าที่ทั้งหน้าที่เตียงรถเข็นถ่ายเอกซเลย์ตรวจสอบทั้งส่วนโครงกระโหลกศีรษะ ลำคอกระดูกสันหลังและเชิงกราน จำชื่อได้ว่า "สำราญ" ทำงานได้คล่องแคล่วแม่ยำ ศิลปะผ่าตัดยุคใหม่ของโรงพยาบาลศูนย์ลำปาง นอกจากอุปกรณ์ทันสมัยรวมอัธยาศรัยวางตารางเวลารักษาอย่างทันสมัย คือ โดยปกติก่อนหมอจะทำให้ผู้ป่วยปลงใจต้องอธิบายประกอบการสาธิตตัวอย่างที่ต้องใช้เวลา ก็จัดให้มีเจ้าหน้าพยาบาลฝ่ายสาธิตวิธีรักษาโดยอัลลบั้นแสกงความทันสมัยของเตียงผ่าตัด ผู้เข้าห้องผ่าตัดต้องให้คู่สมรสร่วมเซ็นชื่อยินยอมให้ผ่าตัด โรงพยาบาลแห่งนี้มีคนไข้จำนวนมาก หมอใช้เวลาตรวจรักษาได้ทันแบบสืบทอดหน้าที่เป็นทีม ที่ว่าศิลปะผ่าตัดยุคใหม่ของหมอจากประสบการณ์ขึ้นเตียงผ่าตัดของผู้เขียนคือ จะมีการอธิบายว่าการผ่าตัดส่วนบของร่างกายจะต้องใช้ยาสลบ แต่การผ่าตัดต่อมลูกหมากใช้ทั้งระบบอีเล็กโทรนิก ไฟฟ้าและยาฉีดชาเฉพาะส่วนล่าง ขณะปฏิบัติการณ์ พยาบาลลูกทีมจะคุยกันจ้ออย่างซักซ้อมกันมา เรารู้แน่ว่าส่วนล่างชาอยู่แล้วแต่ตอนคว้านนี่สิ "เสียวนัก " ศิลปะรักษาทางประสาทหูคือเสียงจ้อของเหล่าพยาบาลและพนักงานลูกคู่ เป็นไปตามจังหวะหมอจะจิ้มที่มควักและคว้านเอาเนื้อร้ายออกมาเป็นชิ้นๆ(คิดเองตอนนั้น)ขณะเดียวกันที่รัดแขนไฟฟ้าและเหมือนมีมะเหง็กสี่นิ้วกดเหนี่ยวใต้ท้องก็ประสานจังหวะ หลายครั้งใจก็ประหวั่นเสียวใจว่าหมอลงมือไหร่คงต้องทนเอาหน่อย ที่ไหนได้ ตอนที่ เสียงพยาบาลบอกว่าเสร็จแล้วค่ะ พร้อมกับคุณหมอสุพจน์ ชูให้ดูเนื้อร้ายที่ผ่าออกมาสดๆพร้อมที่เป็นก้อนขาวๆเหมือนไข่นกกะทาขนาดเล็ก "ออกมาได้อย่างไร?"หมอแคล้วคล่องว่องไวแถมประสานสัมพันธ์กับทีมงานผ่าตัดวันที่ 29 ตค.ต้องยกนิ้วให้ ไชโย "ไม่เจ็บเล้ย"

มรณสตินี้ แวบคิดถึงน้องชาย สุรินทร์ รัตนชัย น้องคนเดียวร่วมท้องมารดา น้องเสียชีวิตก่อนด้วยโรคต่อมลูกหมาก เขาครวญคลางเจ็บปวดตอนผ่าตัดต่อมลูกหมาก แต่สิ่งเลวร้ายแทรกอาการผ่าตัดต่อมลูกหมากคือมะเร็ง ผู้เขียนสงสารเห็นใจอำไพ น้องสะไภ้ กับลูกและหลานอันจะต้องเลี้ยง น้องอำไพ เยี่ยมไข้ตอนออกโรงพยาบาลหลังผ่าตัดที่บ้านเสียงโยนก



ข่าวสังคมจากคนป่วย

ผู้มาเยี่ยมที่มาเป็นกลุ่มแบบปฏิบัติการพิเศษแปลกกว่าแขกอื่นได้แก่กลุ่ม คุณประพัฒน์ศรพาลูกดิลล์มา นพดล รุ่งเรือง ทีมข่าวเคเบิลทีวี จุก ไก่ เมืองทองฯ ผวจ.ดิเรก ก้อนกลีบ นับเป็นผู้ใหญ่ในหน่วยราชการ เยี่ยมไข้เมื่อวันที่ 5 ต.ค.หลังจากได้ทราบข่าวในพิธีวางพวงมาลาพ่อเจ้าบุญวาทย์ วงศ์มานิต จากข่าวหลวงพ่อเจ้าคณะจังหวัด วัดบุญวาทย์ อ่านบทฮ่ำพ่อเจ้าโดยแจ้งว่าที่จะนำเด็กมาฮ่ำคือ โยมอาจารย์ศักดิ์ สักเสริญ รัตนชัย เกิดป่วยเข้าโรงพยาบาล ท่านก็มาตามข่าว แต่ที่มาไกลจากต่างอำเภอได้แก่ ผอ.ร.ร.แม่ทะวิทยาพร้อมคณะครู อจ.ร.ร.ห้างฉัตร ร.ร.อนุบาลห้างฉัตร ร.ร.บ้านป่าไคร้ จาก มช.มีศาสตราจารย์สุรพล ดำริห์กุล จากกรุงเทพฯมีลูกต๋อม จำไม่ได้แม้แปลกใจที่เห็นในภาพเท่าที่ลูกตุ่ยรวบรวมผู้มาเยี่ยมทั้งที่โรงพยาบาล ระหว่าง 2-5 ต.ค.และ28-31 ต.ค.รวม 8 รวมทั้งการปฏิบัติงานเขียนและเผยแพร่ข่าวสถานีวิทยุ สวท.และคอลัมน์ข่าวประจำสัปดาห์ไทยนิวส์อย่างไม่ตกหล่นตลอดเดือนตุลา กับเหลือนั้นคือที่บ้านพักเสียงโยนก เท่าที่ลูกตุ่ยทันเก็บภาพได้บางส่วนท้ายนี้