10 พฤศจิกายน 2551

4 ร่ำเปิงกิจกรรม สไบผืนงาม (อัลบั้มคู่มือนักท่องเที่ยว B )










































ประวัติตำนานสไบบูชา สู่วิถีสไบอารยธรรมลุ่มเจ้าพระยา










โดย ศักดิ์ สักเสริญ รัตนชัย ( ศักดิ์ ส.)










ฉบับร่ำเปิงกิจกรรม อัลบั้มสไบผืนงาน




















rampernglampang .blobspot.com










ภาพจำหลักหินรุ่นพุทธศตวรรษที่ ๓ โพธิบัลลังก์ดาฮัด สะท้อนถึงสไบโบกเคารพบูชา










เหล่าเทพยดาทอดถวาย ณ กิ่งโพธิ รำลึกถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้า










ต่อมาก็คือสังฆาฏิ ในชุดผู้ครองสามผืนเหล่าพุทธบริษัท ๔ มีแบบแผนครองบูชา




















(เสื้อผ้านุ่งเมือง ศักดิ์ /ส. รัตนชัย ปีกาญจนาภิเษก หน้า ๕๖)










---00000---






















สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ในชุดฉลององค์คราวเสด็จฯประเทศพม่าหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒
























































ภาพจำหลักนูน ศิลปะทวารวดี ณ คูบัว รุ่นพุทธศวรรษที่ ๑๒








ลักษณะการแต่งกายอุบาสกอุบาสิกาลุ่มแอ่งอารยธรรมเจ้าพระยา
ขนาดตัวอักษร









สไบพาดคล้องสตรี กับสไบคาดเอวบุรุษ ในพิธีกรรมบวงสรวงพ่อเจ้าทิพย์ช้าง









สไบเสลี่ยงแห่งานหลวงเวียงละกอน สกุล เจ้า ณ ลำปาง




สไบเสลี่ยงในขบวนแห่งานหลวงละกอน เจ้าสกุล ณ ลำพูน









สไบเสลี่ยงแห่ขบวนงานหลวงเวียงละกอน ของเจ้าสกุล ณ เชียงใหม่
( ตุงช่อพญายอ / ศักดิ์ /ส.รัตนชัย 2530)





















สไบจุมสะหรี งานฉลอง 100 ปีบุญวาทย์วิทยาลัย







วัฒนธรรมแต่งกาย ชาว สปป.ลาว บนธนบัตร์ราคา ๑๐๐๐ กีบ
ลาวเป็นชาติที่มีรัฐบาลของคนจำนวนน้อยกว่าชนเผ่าน้อยหลายชนเผ่ามารวมกัน
แต่ละชนเผ่าก็ถือวัฒนธรรม ด้านภาษา วรรณกรรม และการแต่งกายของชนชาติ
ลาวเป็นวัฒนธรรมกลาง มีวัฒนธรรมแห่งการครองสไบบอกอัตตลักษณ์ประเทศลาว
สไบน้ำทิพย์ในชุดฟ้อนมาลัยแว่นฟ้า จุมสะหรี ณ วพ.นครลำปาง๒๕๕๑










































ดด่ด่ดส่ดสว่สด่สด่สวด่








สไบเซิ้งกะติ๊พข้าวดาราดังในเว็บไซ้ต"งามจ้าดนักขอโหลดกำเต๊อะเจ้า"



"ข้าเจ้าอยู่เมืองกันส์ตูนจื้อว่า ย่าคำ "ขอโหลดตวยคนงามกำเต๊อะเจ้า




























สไบ หอก ดาบ คือมรดกขันพิธี ฟ้อนผีเม็ง และ ผีมดชาวภาคเ






ภาพชุดนี้ คือประเพณีฟ้อนผีเม็ง ลำปาง ก่อน พ.ศ.๒๕๐๐ / ศักดิ์ ส.




















โปสเตอร์การบินเกาหลีฝากจุดเด่นโบว์พันคอเพราะเขาไม่มีสไบ









ภาพข่ายเน็ตราชการจิงโอง(เจียงฮุ่ง)จุดเด่นสาวสิบสองปันนาเสื้อป้ายไม่มีสไบ








งามสไบลำปาง ตอนรินน้ำทิพย์เพลงมาลัยแว่นฟ้าน้องแฝด






จากอัลบั้มภาพมหาวิทยาลัยอี้หลาน ประเทศจีนไต้หวัน














นาฏศิลป์ฝาแฝดจุมสะหรีลำปางหน้าข่าวหนังสือพิมพ์ไต้หวัน










ฟ้อนสไบคณะจุมสะหรีหน่วยวิทยาลัยโยนก งานพ่อเจ้าทิพย์ช้าง






(ภาพจาก/ ผศ.ณรงค์ สมิทธิธรรม มหาวิทยาลับราชภัฏลำปาง)









สไบโปสเตอร์อะเมซิงภาคเหนือ Nov.20-24 1998 ของ ททท.








สไบ Finaley ฉากหนึ่งของจุมสะหรีลำปาง ที่ไต้หวัน









สไบ RolePlayชุดเพลงร่ำเปิงลำปางโอเปร่า II งานฤดูหนาว2551
















RolePlay สไบร่ำเปิงลำปางโอเปร่า II ท่า"กวงผัด"

























RolePlay สไบร่ำเปิงลำปางโอเปร่า II ในฉาก Finaley














นาฏศิลป์สไบจุมสะหรีในท่า "ฟ้อนผัดไก๋สร"






จากระบำชุดฟ้อนไฟไหลสะเปาหน้อย ( เพลง -ระบำ/ศักดิ์ ส.)






ชุดต่อท่ารำในงานแสดงศิลปะพื้นบ้านนานาชาติ CIOFFไต้หวัน 2549









RolePlay ประวัติศาสตร์เขลางค์เพลงเทิดพระเกียรติภูมิแผ่นดิน






แต่งกำกับโดย ศักดิ์ ส รัตนชัย รายการศิลปินหรรษา TV11















สไบบูชาภูมิแผ่นดินกลุ่มวิทยาลัยพยาบาลราชชนนีนครลำปาง




















สไบบูชาแบบหริภุญไชย ฟื้นฟู โดยศูนยประชาสัมพันธ์เขต 3 และสมาคมเพื่อการรักษาสมบัติวัฒนธรรม(สรสว.)ประจำจังหวัดลำปาง จากหลักฐานทางโบราณคดี เผยแพร่ในรายการศิลปินหรรษา ทาง TVชุดเพลงภูมิแผ่นดิน ประกอบลีลาการแสดง จัดเฉลิมพระเกียรติโดยจังหวัดลำปาง














สไบส่าหรีแบบอินเดีย แสดงแบบโดยคุณสีดา โซนี่
(ภาพจากร้านถ่ายรูปชาวอินเดียในสหรัฐอเมริกา)














































สไบสายสะพายนางสงกรานต์ปี๋ใหม่เทศบาลนครลำปาง๒๕๕๐

















สไบผืนงานบนรถแห่ ป๋าเวณีปั๋ใหม่เมือง ของเทศบาลนครลำปาง








ขบวนสไบกับจ้องงานป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเทศบาลนครลำปาง














คณะนาฏศิลป์จุมสะหรีลำปางวันซ้อมแผน ณ สำนักวัฒนธรรม จ.ลำปาง






ก่อนเดินทางไปแสดงงานมหกรรมศิลปะพื้นบ้านเยาวชน ณ






เมืองอี้หลาน ประเทศจีนไต้หวัน CIOFF ครั้งที่ ๒




















สไบคณะนาฏศิลปข่วงเจิงจุมสะหรีลำปาง ก่อนเดินทางไปแสดงที่ประเทศจีนไต้หวัน 2549








ชุดสไบจ้องจุมสะหรีลำปาง ณ เวที อี้หลาน ประเทศจีนไต้หวัน







รูปรวมหมู่ล่างเวที คณะแสดงนาฏศิลป์ทั้งชุดสไบ และชุดหมวก






กระโปรงเหลี้ยมเติงๆ














น้อยและโอ๋ ศิษย์เก่าจุมสะหรีรุ่นหลักสูตรนาฏศิลป์ไทยถิ่นเหนือ







มหาวิทยาลัยโยนกรุ่นที่ได้ไปเผยแพร่ประเทศกรีก เอเธนส์







เยี่ยมอาจารย์ศักดิ์พบนาฏศิลป์รุ่นน้องๆที่หน้าเวทีงานฤดูหนาว














สไบงูกินหางตามอัธยาศรัยของคณะนาฏศิลป์จุมสะหรี รุ่นน้องๆ







รำอวดพี่น้อยและพี่โอ๋ หน้าเวทีนางงามปีใหม่กาชาดลำปาง






















สไบพาดสว้ายแหล้ง กับสไบแอว ในท่าฟ้อนพายเรือ ณ สวนสนุก สถานท่องเที่ยวที่ ชานเมืองคุณหมิง มณฑลยูนนาน








สไบฟ้อนมุ้ยเชียงตาในการสืบศิลปะท่ารำพระราชชายาเจ้าดารารัศมี






โครงการสภาวัฒนธรรมจังหวัดลำปางร่วมคุ้มหลวงพระราชชายาฯ













งามสไบในนาฏลีลารินน้ำทิพย์ ชุดมาลัยแว่นฟ้า เพลง-ท่ารำ ศักดิ์ ส.แสดงโดยคณะจุมสะหรี ณ เวทีงานปีใหม่และกาชาดจังหวัดลำปาง





















งามสไบ แบบ "น้องน้อง"-"น้องแอร์"และ"น้องโอ๋"ในคณะนาฏศิลป์มหาวิทยาลัยโยนก







งามสไบแบบกุหลาบมีหนาม เพราะนาฏศิลป์ทั้งสามนี้ รำสาวไหมชุดระบำตำนานปั่นฝ้าย







สวยพอๆชุดรำดาบ รำพลอง ทั้งเวทีระดับประเทศ และข้ามชาติ








งามแบบบ่งบอกสไบสว้ายแหล้งคือแต่งแบบไทย รับแขกไทยสู่สิบสองปันนา คศ.2000








งามแบบสิบสองปันนาที่ต่างชุดคนเมือง คือไม่มีสไบบ่งบอกเป็นชาวไตลื้อในโปสเตอร์ท่องเที่ยว














สไบงามประจำชาติและตำนานนางสังขาร หรือนางสงกรานต์ลาวที่หลวงพระบาง















สไบเข้าชุดแต่งเมืองในวิถีธรรมดา วันใดวันหนึ่ง ของ ดร.ขวัญนภา สุขคร ณ ห้องทำงาน







ผู้อำนวยการมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ศนย์ลำปาง ห่มสไบสว้ายแหล้งแถบสีรับส่วนเสื้อ







"คอจี๋น แอวจ้ำ แขนบานยาว นุ่งซิ่นบ้วง สีไพรเมือง "








สไบผืนงามของผู้อำนวยการมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ศูนย์ลำปาง ปีการศึกษา ๒๕๕๑
















รำลึกในสไบผืนงาม แม่น้องดิวล์ ปองกาญจน์ รุ่งเรือง อดีตนายกสโมสรไลออนสสตรีลำปาง









ในขบวนแห่สงกรานต์เฉลิมพระเกียรติฯผ่านหน้าพระที่นั่ง







สมเด็จพระเทพรัตนสุดาสยามบรมราชกุมารี







เสด็จเป็นองค์ประธานทรงเปิดงาน ณ ถนนราชดำเนิน ๗ เมย.๒๕๔๖







สมคิด เทียบรัตน์ กฟผ.แม่เมาะ /ดร.ศรีศุกร์ นิลกรรม มหาวิทยาลัย







--โยนก/ ฐิตารี ตันสุรัตน์ โรงเรียนบุญทวงษ์อนุสรณ์ เทศบาล ๔








สไบร่ำเปิงลำปางบนเวทีมหกรรมก๋องปู่จาสภาวัฒนธรรมจังหวัดลำปาง ปี ๒๕๕๐
















สไบนักร้องหมู่ จุมสะหรีฯเพลงอักขระ ก ไก่ ก๋ะก๋อง บนเวทีงานฤดูหนาวและกาชาดลำปาง ๒๕๕๐








สไบซุ้มจบคณะจุมสะหรีลำปาง งานมหกรรมเยาวชนนานาชาติ CIOFFที่ไต้หวันครั้งที่ 10














8 พฤศจิกายน 2551

4 ร่ำเปิงกิจกรรม ระบำตำนานปั่นฝ้าย จุมสะหรี TV8รุ่นแรก

รายการ ศิลปินหรรษา TV 8
บทเรียน คำเมือง ทักษะ ก กา บาลีไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง
ISBN974416-495-68 ; "คำเมือง"เล่ม ๑ อักขรธัมม์เฮียนเวยฺยเอาคนเดียว ๑๒ -ขั้นตอนการผลิตสิ่งทอ

บทเพลง "ระบำตำนานปั่นฝ้าย"ทำนองเก่าปั่นฝ้าย คำร้องคำเมือง-ท่ารำ ศักดิ์ ส.รัตนชัย
---00000---


(อื่อ.............) (๑)ดอกฝ้ายอีดนีดเม็ดใน เหลือเป๋นปุยไก้สีสุ่นบุ่นตุ่นขาว

ก๋งยิงปิงปาวปุ๊ดี ก๋งยิงปิงปาวปุ๊ดี กิ๊กเป๋นหางสำลี มาจั๋บเผี่ยนผั้นปั่นฝ้าย

(๒)ปั๋นฝ้ายเข้าแก๋นเหล็กไน เผียหื้อเป็นใจ๋แล้วเอาลงใส่หม้อต้ม

ย้อมสีแล้วเอามาตี๋จ๋นยม (ตบๆ)ย้อมสีแล้วเอามาตี๋จ๋นยม

แจ้สมน้ำเข้า(ข้าว) บิดฮูดขึ้นตากยอยฮาว

(๓) ไจ๋ฝายย้อมสีงามเลาเอามากวั๋กแล้วโว้นกั๋บหลักสอดสี

เลือกลายตี้มันเหมาะกั๋บกี่ตอ เลือกลายตี้มันเหมาะกั๋บกี่ตอ

เข้าฟืมหูกต่อแล้วตอเป๋นผืนผ้าฮำ

(๔) อีดยิงกิ๊กปั่นเผียโว้น ต้มตากกวั๋กโว้นเข้าฟืมตอ

ปั่นฝ้ายตอเป๋นผ้าซาวฮำ ปั่นฝ้ายตอเป๋นผ้าซาวฮำ

มาฟ้อนฮ่อนละนำ ขาดกาดกองลี ต๊ะต่อนยอน ต๊ะต้อนยอน

ต๊ะตอนยอน ต้อนยอน ต้อนยอน (อื่อ....................................)

(ซ้ำท่อนส่งจบ) อีกยิงกิ๊กปั่นเผียโว้นต้มตากกวั๋กโว้นเข้าฟืมตอ

ปั่นฝ้ายตอเป๋นผ้าซาวฮำ ปั้นฝ้ายตอเป๋นผ้าซาวฮำ

มาฟ้อนฮ่อนละนำขาดกาดกองลี มาฟ้อนฮ่อนละนำขาดกาดกองลี.

ฟ้อนค้างสไบบูชาบายสรี ณ ค้างวัดกู่ขาวร้าง รับกฐินกู่คำ



ต้นแบบการฟ้อนซอ ชุดระบำตำนานปั่นฝ้าย ได้รับสิ่งดลใจจากการพบจิตรกรรมฝาผนังวัดนาแส่ง
ต.นาแส่ง อ.เกาะคา จ.ลำปาง จึงกำหนดให้รำนับจากซ้าย คือนาแส่ง ๑ คู่รำด้านขวาคือนาแส่ง ๒
ระบำตำนานปั่นฝ้าย ได้แบ่งเป็น ๑๒ ขั้นตอนของการประดิษฐ์สิ่งทอ
คือ ๑/อีด ๒/ยิง ๓/กิ๊ก ๔/ปั่น ๕/เฝีย ๖/โว้น ๗/ต้ม ๘/ตาก
๙/กวัก ๑๐/โว้น(แบบ๒) ๑๑/เข้าฟืม ๑๒/ทอ.

---00000---

ผู้รำต้นแบบ นางสาวนงนุช เกตุวงศ์ (โรงเรียน ประชาวิทย์) ตำแหน่งท่ารำนาแส่ง ๑

นางสาวดวงนภา (แอร์) เผ่ากันต๊ะ (มหาวิทยาลัยโยนก) ตำแหน่งท่ารำนาแส่ง ๒

คำร้อง แบบท่ารำ ฝึกซ้อม ; อาจารย์ ศักดิ์ ส รัตนชัย มหาวิทยาลัยโยนก

ท่าฟ้อนปิงปาว ที่แปลว่าแพรวพราวของคู่รำ นงนุช ณ TV8



นงนุช - ดวงนภา ในท่าเผียไหม
















ท่ากว็กฝ้ายต่อจากท่าฟ้อนสาวขุมตีน
คือท่ากวัก (ตระหวัด) แวดเกล้า

นาฏลีลา ท่าฟ้อนปั่นฝ้ายระหว่างคู่รำท่านาแส่ง 1 และท่านาแส่ง 2


นงนุช -ดวงนภา ในท่าสาวตีน ระบำตำนานปั่นฝ้าย


ขบวนรำพลอง ดาบเจิง ฟ้อนแง้น ตามศิลปะเมืองเหนือ คณะเด็กจุมสะหรีรุ่นแรก ในโอกาสไปแสดง
ที่ประชุมใหญ่ไลออนส์ภาคที่จังหวัดชลบุรี ขณะผ่านตาคณะกรรมการตัดสินการประกวดรถไลออนส์



ดวงนภา เผ่ากันต๊ะ ท่ารำนาแสง 1 นงนุช เกตุวงศ์ ท่ารำ นาแส่ง 2 พร้อมหางแถวรุ่น ด.ญ.สมพรและเพื่อนเด็ก
จุมสะหรีวัด กู่คำ รุ่นแรก ในฉากจบอันสวยงาม ณ TV8 รุ่นแรก
ร่ำเปิงกิจกรรมจุมสะหรี TV8 รุ่นแรก โดย รายการศิลปินหรรษา ของสมาคมเพื่อการรักษาวัฒนธรรม(สรสว.)สาขา ประจำจังหวัดลำปาง
ร่วมกับศูนย์ประชาสัมพนธ์เขต 3 ลำปาง คณะข่วงเจิงจุมสะหรีเริ่มมีแต่ปีก่อตั้งวันแม่แห่งชาติ พ.ศ.2536


ชมรมจุมสะหรีข่วงเจิงวัดกู่คำ เริ่มขึ้นขันครูเจิง แต่วันพฤหัสบดีวันแม่แห่งชาติ พ.ศ.2536 ท่าฟ้อนระบำตำนานปั่นฝ้ายเป็นท่ารำต่อจากท่ารำ ล่องสะเปายี่เป็ง เด็กนักเรียนข่วงเจิงจุมสะหรีรุ่นแรก เป็นเด็กยาก

จนและด้อยโอกาส อยู่ในหมู่บ้านใกล้เคียง วัดกู่คำ ทางวัดได้จัดซื้อเสื้อผ้าสไบผ้าถุงซิ่นฝึกการฟ้อนรำ

รับองค์กระฐินสามัคคีเพื่อช่วยวัดระหว่างมีคดีความต่อสู้กับจำเลยที่มาบุกรุกที่ดินวัดโดยมีสมาคมเพื่อการรักษาสมบัติวัฒนธรรม(สรสว.)ประจำจังหวัดลำปาง
อุปถัมภ์รายการแสดงต่างๆจวบกระทั่งเด็กลูกชาวบ้าน
ละแวกวัดกู่คำเป็นช่างฟ้อนรับองค์กฐินได้


คณะนี้ได้ฝึกลีลาท่ารำแบบพื้นบ้านขึ้นขันครูเจิงรำดาบรำพลอง ออกรายการโทรทัศน์และการแสดงในต่างจังหวัดที่ชลบุรีเป็นครั้งแรก เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้มีโอกาสเห็นทะเล เล่นน้ำทะเลเด็กช่างฟ้อนรุ่นนี้ ได้ฝึกวินัยตามแบบครูนาฏศิลป์ ปัจจุบันได้ทำงานประกอบอาชีพ บ้างก็จบปริญญารับราชการ ต่างมีอดีตประวัติที่ภูมิใจว่า ได้เป็นศิษย์วัดห่างชุมชนที่ยากจนที่มีโอกาสสร้างชื่อเสียงแก่วัดกู่คำทั้งมีโอกาสสัมพันธ์กับเพื่อนเรียนนาฏศิลป์จากในตัวเมืองและต่างอำเภออีกด้วย .





กสาสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสส










3.1 ร่ำเปิงกิจกรรม ระบำล่องสะเปายี่เป็ง TV8 รุ่นแรก

3.1 ร่ำเปิงป๋ากิจกรรม ระบำล่องสะเปายี่เป็ง TV8 รุ่นแรก


ค่ำว่าป๋าเวณีล่องสะเปายี่เป็ง ; ป่าเวณีล่องสะเปายี่เป็ง หมายถึงประเพณีไหลเรือไฟเพ็ญเดือน ๑๒ เกณ์นับเดือนของชาวภาคเหนือตอนบน มากกว่าเกณฑ์นับเดือนของชาวภาคกลาง ๒ เดือน เพ็ญเดือน ๑๒ ภาคกลาง ภาคเหนือ นับเป็นเดือนยี่ของชาวภาคเหนือตอนบน

ความแตกต่างของคติประเพณี; ความแตกต่างระหว่างคำว่า ล่องสะเปา กับลอยกระทง ศึกษาได้จากบทเพลงล่องสะเปายี่เป็งภาษาคำเมือง และบทถอดความหมาย ดังนี้

"ล่องสะเปาฮีตเก่าเฮามี ป๋าเวณีไหลไฟ ตานไปตวยสายน้ำ
ปล่อยว่าวไฟมาบเม็บเมืองบน หนตางเตียวเมืองลุ่มคึล้ำหนุ่มสาวฟ้อนแอ่นแล่นรำ
พ่องก๋ำโกมสายยี่เป็ง"

"ไหลประทีปเรือไฟ จารีตเก่าเรามี ประเพณีไหลไฟ ทาน (อุทิศ) ไปทางสายน้ำ
ปล่อยวาวโคมไฟแสงกระพริบเมืองบน ถนนคนเดิมเมืองล่างครึกครึ้นล้ำ หนุ่มสาวฟ้อน
อ่อนเอว บ้างถือโคมสายเพ็ญเดือนสิบสอง"

คติล่องสะเปา กับลอยกระทง ; ต่างกันโดยสิ้นเชิง คือ พิธีล่องสะเปาคือแผ่ผลอุทิศทาน
แด่ผู้ล่วงลับ ต่างกับพิธีลอยกระทงโดยถือตำนานนิทานนาง นพมาศสุโขทัยอธิษฐานในพุทธคุณบูชาแม่พระคงคา ถือเป็นการทำบุญ

ฉนั้นจึงกล่าวคติประเพณีทั้งสองนี้ ในเบื้องต้นว่า การล่องสะเปาคือการทำทาน
ส่วนการลอยกระทงคือการทำบุญ คติประเพณียี่เป็ง ในท้องถิ่นที่ไกลแม่น้ำ ยังทำพิธีปล่อยโคมลอย ที่ประเพณีปล่อยโคมลอยยี่เป็งชาวเนินเขาที่อำเภอแจ้ซ้อน

สมัยคุ้มหลวง ; คติประเพณีล่องสะเปาในสมัยพ่อเจ้าบุญวาทย์วงศ์มานิต เจ้าผู้ครองนครลำปางสุดท้าย คือจัดดาสะเปาหลวง ทำเป็นรูปเรือที่หน้าคุ้ม ในเรือมีข้าวปลาอาหารและ
รูปปั้นทาสีทาสาช้างม้าวัวควาย สะเปาหลวงสร้างเป็นรูปเรือเดินทะเล มีเสากระโดง มีโคมร้อย เป็นโคมราวเล็กๆ พ่อเจ้าจะกระทำพิธีสระเกล้าดำหัวลงในสะเปาก่อนพิธีแห่สะเปาหลวง ข้าราชบริพารและชาวเมืองนำสะเปาน้อย ตามแห่เป็นขบวนจากคุ้มหลวงลงที่ท่าน้ำ ท่าช้างเผือก(หลังจวนผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางปัจจุบัน)ราษฏรฝั่งแขวงเวียงเหนือต่างก็ถือสะเปาน้อยร่วมลอยพร้อมกันสองฝั่งแม่น้ำพ่อเจ้าโปรดประเพณีล่องสะเปา ถึงกับตั้งชื่อธิดา ๒ องค์ว่า เจ้าหญิงสะเปาแก้ว และเจ้าหญิงสะเปาคำ (คำบอกเจ้าหญิงบุษบง)

ล่องสะเปา เดือนอ้ายบ้านสะเปา ; ที่บ้านสะเปามีตำนานเคยมีเรือมาเกยตื้นที่เด่นสะเปา
สืบประเพณี ล่องสะเปาเดือนอ้าย (เดือน 11) มีคำอุปโหลกการปล่อยสะเปาอุทิศส่วนกุศลแก่ผู้ล่วงลับ แบบผลัดมื้อระหว่างชาวบ้านลำปางกลาง ระหว่างเดือนยี่เป็งมาร่วมพิธีในตัว
เมือง ประเพณีไหลเรือไฟเดือน ๑๑ ของชาวบ้านสะเปาลำปางตรงกับประเพณีภาคอีสาน

ตำนานล่องสะเปา ; ตำนานล่องสะเปาสืบแต่ประเพณีหริภุญไชย ในหนังสือชินกาลมาลิณี กล่าวถึงสมัยกษัตริย์จุเรนทราชทิ้งเมืองหริภุญไชยด้วยโรคห่าระบาด เป็นเมืองร้าง 6 ปี
ไปที่เมืองสะเทิม ครั้นกลับมาชวนชาวเมืองร่วมทำพิธีลอยโขมด(ประทีปไฟ)เป็นประเพณี

การเสื่อมหาย ; เหตุที่ประเพณีลอยโขมดหายไปจากหริภุญไชย เหลือที่นครลำปาง โดยประวัติศาสตร์เมืองลำพูน และเชียงใหม่หลังศึกไทยรบพม่ากลายเป็นเมืองร้าง ทางนครลำปางยุคเจ้าเจ็ดตนต้องบูรณะเมืองร้างโดยพลเมืองรุ่นแรก เป็นชาวลำปางจำนวน 500 คน โดยพลเมืองส่วนใหญ่นั้นได้กวาดต้อนชาวยองจากเมืองยองมาเป็นพลเมืองส่วนใหญ่ในลำพูนสืบปัจจุบัน นอกจากนั้นชาวลำปางที่ไปตั้งลำพูน ยังไปบูรณะพร้อมไปตั้งรกรากเป็นพลเมืองเชียงแสนร้างจำนวน 500 คนสืบเป็นพลชาวเชียงแสนส่วนใหญในปัจจุบัน

ความโดดเด่น ; ตำนานล่องสะเปาที่เหลือในจังหวัดลำปางนับเป็นประเพณีโดดเด่นในภาค
เหนือตอนบน ที่สืบประเพณีนี้มาคู่พงศาวดารเมืองมากว่าพันปี โดยแบ่งเป็นประเพณีทำทานทางแม่น้ำอุทิศส่วนกุศลทำบุญแก่ผู้ล่วงลับ โดยทางอุบาสกอุบาสิกาจะบำเพ็ญบุญ ฟังเทศน์สมัยก่อนมีการสร้างพระพุทธรูปไม้ยี่เป็ง ตามวัดสำคัญเช่นวัดพระธาตุลำปางหลวง
วัดป่าตันกุมเมือง ความสำคัญระดับภาคเหนือคือเจ้าราชวงศ์เจ็ดตนทั้งลำพูน เชียงใหม่ เชียงรายลำปางร่วมทำบุญมหาทานปางใหญ่แต่แต่สมัยพระเจ้ากาวีระนครเชียงใหม่



เสียงโยนก Classic ปีที่ 31 ฉบัย 319 พฤศจิกายน 2546
ฉบับประวัติตำนานล่องสะเปายี่เป็งนครลำปาง



โน้ตเพลง ล่องสะเปายี่เป็ง


โน้ตเพลงล่องสะเปายี่เป็งนี้ ได้ประพันธ์ขึ้นทั้งการร้องเดี่ยวหรือการร้องหมู่แนวคอรัสประกอบระบำชุดล่องสะเปา หรือฟ้อนสไบไหลสะเปา ประพันธ์เนื้องร้องทำนองและประกอบท่าระบำ แสดงครั้งแรกในรายการศิลปินหรรษา พ.ศ.2531 สถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ลำปาง สะเปากาบกล้วย ; ตัวอย่างสำเปากาบกล้วย ประดิษฐรูปสะเปาลอยน้ำ ด้วยวัสดุธรรมชาติ ของเทศบาลนครลำปาง ปี 2550(ภาพจากแผนกประชาสัมพันธ์เทศบาลนครลำปาง)

" สะเปาบ่ากล้วยเตศยี่เป็ง" ; สะเปากล้วยเทศหรือมะละกอ กล้วยสะเปาก็เรียก เป็นสะเปาเปลือกมะละกอ แต่ละใบผ่าซีกเป็นสะเปาแฝด ภาพสะเปาบ่ากล้วยเต้ศยี่เป็น ของนักเรียนนาฏศิลป์ ร.ร.เทศบาลนครลำปาง พ.ศ.2545
สะเปาตามรูปแบบฝีมือประดิษฐพื้นบ้านลำปาง เมื่อ ปี 2526 ยุคเพลงล่องสะเปายี่เป็ง

สะเปารูปหัสดีลิงค์ข่วงเจิงจุมสะหรีวัดกู่คำ เทิดทูนความหมายหัสดีลิงค์ คือรูปนกหัสดีลิงค์คู่พงศาวดารพระฤาษีสร้างเมืองหริภุญไชย เขลางค์นำรูปแบบหอยสังข์มาสร้างเมือง มีนิยายธรรมเรื่องหงส์หินของพญาโลมะวิสัยบรรยายลักษณะหงส์หินมีงวงมีกวัดแกว่ง ในขบวนมีเพลงประกอบนาฏลีลา ฟ้อนล่องสะเปาและหงส์หินนิยายธรรมคำเมืองที่มีคติสอนใจ องค์ประกอบแห่งขบวนที่บ่งบอกความเป็นศิลปะวัฒนธรรมประจำถิ่นของนครลำปางโดยมีเนื้อร้องเพลงว่า


"นิยายเรื่องหงส์ผาคำบอกออกในธรรมหงส์หินลำปาง(ดนตรี) เป๋นนกมีหัวเป๋นจ๊างป๋กปือหางงว้ายเหงี่ยงงวงงาม
ไต่ปุยเมฆขาวฮ่ามเฮืองเหาะฮายอว่ายหน้า ซานเจ้าย่ามาเมืองก๋างปีกเหิงฝัดผัดมน
ตี่ปีกวีบนจ้อติพย์กวรเมือง (ดนตรี) ไก๋สรออนอ่อนซอนเหลือง
หงส์ฮ่อนเมือเมืองจ๋อมเจื่องสยองบิน หมู่มวลเตวดาอินตา ฟ้อนจุมจุ้มหล้าฟ้อนแอ่นแหง้นแหม้นดาว"
( ทำนองเก่าปุ่มเป้ง บทร้อง ศักดิ์ ส.รัตนชัย )

7 พฤศจิกายน 2551

3 ร่ำเปิงชีวิต อัลบั้มเยื่อใยเห็นเมื่อยามไข้ (B)



ร่ำเปิงชีวิตแห่งเยื่อใยแต่ได้เห็นช่วงยามป่วยประสาทจำเลือนงานก็ได้อัลบั้มร่ำเปิงหน้าใหม่หลังพักฟื้นที่บ้าน อันล้ำค่ามีครอบครัว อ.ปวีณา ชุ่มเบี้ยแห่งโรงเรียนแม่เมาะวิทยา พร้อมพ่อมาส่ง ลูกแน๊ก นักเรียนลำปางกัลยาณี อาหารใจคือเสวนาตามอัธยาศรัยไมตรี คนป่วยยังต้องพักฟื้นหมอพยาบาล อาจารย์พยอม ถิ่นอ่วน และพยาบาลแจ๋วแหววบอกกินน้ำนักๆ

จากซ้าย ผศ.อรรณพ วงศ์วิชัย ผศ.ประสงค์ แสงแก้ว และ ผศ.ธนากร สังเขปหลัง บอกทราบข่าวทีหลังก็ต่างนัดพากันมาต่างทิศต่างทาง เพราะผศ.อรรณพ และ ผศ.ประสงค์ ต่างก็เกษียณอายุจากมหาวิทยาลัยราชภัฏ เหลือ ผศ.ธนากร ยังหนุ่มกว่าเพื่อน ผู้เขียนบอกได้แต่ว่า ทั้งสามอาจารย์มีส่วนเป็นพลังกำลังใจแก่ผู้เขียนทำงานด้านขีดๆเขียนๆทางวิชาการ ก็ไม่วายแสดงผลงานใหม่หน้าจอคอมพ์ ตอนนี้ไม่รู้ว่าผู้เยี่ยมไข้ ใครกันแน่




อาจารย์ประดิษฐ์ สรรพช่าง ผอ.สำนักศิลปะและวัฒนธรรม และคณะที่เห็นอยู่ในภาพ ทำให้นึกถึงคนเก่าๆที่อยู่ในสถาบันนี้ผลัดผ่านๆไปนับแต่รุ่น ผศ.จำลอง คำบุญชู ผศ.ณรงค์ สมิทธิธรรม ที่อยู่ไกลคือ รศ.ธีรศักดิ์ วงศ์คำแน่น ที่มาเบี่ยมโดยมีทันอยู่ในรูป ก็มีอาจารย์ศรชัย เต็งรัตน์ล้อม กับอาจารย์แม่บ้าน ล้วนคือสายใยร่ำเปิงแห่งชีวิต ได้หนา



นึกไม่ออกว่าลูกคนเล็กจะมาจากกรุงเทพฯ

ภาพนี้คืออนุสติเตื่อนใจคนป่วยทุกรายมักเบลอ มีลูก 6 คน คนที่4 คือลูกตุ่ยเศรษฐศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้ถ่ายรูปทุกๆรูปนี้แหละ คนเล็กสุด ลูกต๋อม ปริญญาโทวิศวกรรมลาดกระบัง ตำแหน่งรองหัวหน้างานบริษัทเวเทิร์นดิจิตอล อยุธยา ความสำคัญคือภาพที่ผู้เขียนจำไม่ได้ว่า ลูกคนเล็กนี้ได้มาเยี่ยม ส่วนลูกคนโตเข้าๆออกๆก็คือลูกแมว หรือเอื้องบาน แห่ง ร.ร.แม่ทะวิทยา ผอ.โรงเรียนก็นำคณะมาเยี่ยม ภาพมุมนี้ Classic ในมุมแม่อีต๋อกับอิเตี่ย คิดไม่ถึงว่าอีต๋อมได้มา หลังข่าวล้มป่วยวันที่ 2 ตค. อีต๋อมมาทันอยู่ลำปางวันที่ 3-4 ต.ค. หลานนก นกเป็นลูกของแมว ลูกสาวหรืออาจารย์เอื้องบาน ร.ร.แม่ทะวิทยาเอกภาษาอังกฤษ กับพ่ออ่วม อดีตรอง ผอ.วิทยาลัยอาชีวศึกษาเพิ่งเกษคียรหลานนกเก่งมากโตกับยายเลี้ยงที่บ้าน363เสียงโยนก ตายายภูมิใจหลานนกเก่งจบปริญญาลาดกะบังทำงานบริษัทที่มั่นคงในกรุงเทพฯ ทางบริษัทนี้ให้ความสำคัญวางใจ

ส่งหลานนกไปดูงานเมืองนอกถึงสองครั้งมาเยี่ยมตา ตาดีใจมาก

เตี่ย-แมว-แม่-นก-อ่วม (ตุ่ยถ่าย)



อ.พยอม และ แม่เด็กๆ ครอบครัววิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีนครลำปาง